โปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ ประจำวันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568 จัดการแข่งขันที่เวทีมวยตะวันนา เริ่มเวลา 16:30 น. เป็นรายการช่วงบ่ายที่แฟนมวยสายติดตามดาวรุ่งให้ความสนใจ เพราะได้เห็นทั้งคู่ชกพิกัดเล็กที่เน้นความเร็ว การชิงจังหวะ และคู่พิกัดใหญ่ที่เน้นความชัดของอาวุธและการยืนระยะ ในหน้านี้รวบรวมรายชื่อคู่แข่งขันครบ 9 คู่ พร้อมพิกัดและผลชั่งน้ำหนักแยกมุมแดงกับมุมน้ำเงิน
สรุปโปรแกรมวันนี้ (ไฮไลต์จากผลชั่งน้ำหนัก)
โปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568 เวทีมวยตะวันนา เวลา 16:30 น. มีทั้งหมด 9 คู่ โดยคู่ที่มีประเด็น “ต้องลด” คือคู่ที่ 1 มุมแดงเจ้าเมืองเล็กชั่งได้ 28.8 ต้องลด 0.3 และคู่ที่ 4 มุมน้ำเงินสามสิงห์ชั่งได้ 35.3 ต้องลด 0.3 รวมถึงคู่ที่ 9 มุมแดงเมธีชั่งได้ 123.2 ต้องลด 0.2 ขณะที่ฝั่งที่ “ขาดพิกัด” เด่นคือคู่ที่ 1 มุมน้ำเงินเพชรอชิขาด 0.5 คู่ที่ 2 ซุปเปอร์เล็กขาด 0.1 และคู่ที่ 4 นาทีทองขาด 0.2 ส่วนหลายคู่ชั่งได้ตามพิกัดทั้งสองฝ่าย ทำให้คืนนี้มีทั้งไฟต์ที่ตัวเลขนิ่งและไฟต์ที่มีตัวแปรเรื่องน้ำหนักให้ติดตามอย่างชัดเจน
- วันแข่งขัน: วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568
- สถานที่: เวทีมวยตะวันนา
- เวลาเริ่มแข่งขัน: 16:30 น.
- จำนวนคู่: 9 คู่
- คู่ที่ต้องลด: คู่ 1 (แดง), คู่ 4 (น้ำเงิน), คู่ 9 (แดง)
- คู่ที่ขาดพิกัด: คู่ 1 (น้ำเงิน), คู่ 2 (น้ำเงิน), คู่ 4 (แดง)
- คู่ที่ชั่งตามพิกัดทั้งคู่: คู่ 3, 5, 6, 7, 8
- คู่ที่พิกัดต่างกันในไฟต์เดียว: คู่ 9 (พิกัด 123/125 ตามข้อมูลที่ประกาศ)
ตารางโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ (พิกัด + ผลชั่งน้ำหนักครบทุกคู่)
ตารางรวมด้านล่างสรุปโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ ครบทั้ง 9 คู่ โดยแยกมุมแดงและมุมน้ำเงิน พร้อมพิกัด ผลชั่งได้ และสถานะน้ำหนักว่า “ตามพิกัด” “ต้องลด” หรือ “ขาดพิกัด” เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมก่อนเริ่มรายการได้รวดเร็ว หากคุณต้องการโฟกัสเฉพาะคู่ที่มีตัวแปรเรื่องน้ำหนัก สามารถดูที่คอลัมน์สถานะได้ทันที และรูปแบบตารางนี้ยังเหมาะกับการนำไปลง WordPress เพราะจัดให้อ่านง่ายและรองรับการเลื่อนบนมือถือเมื่อหน้าจอแคบ
| คู่ | มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เจ้าเมืองเล็ก ขุนศึกรามัญ | 28.5 กก. | 28.8 | ต้องลด 0.3 | เพชรอชิ รร.ธรรมศาสตร์คลองหลวง | 28.5 กก. | 28.0 | ขาด 0.5 |
| 2 | รถถังเล็ก ลูกนเรศวร | 32.5 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด | ซุปเปอร์เล็ก ซิลล์มวยไทย | 32.5 กก. | 32.4 | ขาด 0.1 |
| 3 | ธนัญชัย โอมสุราษฎร์ | 28 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด | โจ๊กเกอร์ อินดี้มวยไทย | 28 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
| 4 | นาทีทอง อ.อู๊ดอุดร | 35 กก. | 34.8 | ขาด 0.2 | สามสิงห์ อังเรย์ยิม | 35 กก. | 35.3 | ต้องลด 0.3 |
| 5 | แนวหน้า เพชร ปตอ. | 52 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด | เพชรบุญคุ้ม ช.วันชัย | 52 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
| 6 | หยก หยกขาวแสนชัยยิม | 37 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด | กุมารเพชร ช.รุ่งศักดิ์ | 37 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
| 7 | วันเฮง ส.โชคชัย | 24 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด | พรอดัม กล้วยฉวาง | 24 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
| 8 | เพชรพลวัฒน์ ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน | 126 (ตามข้อมูลที่ประกาศ) | ตามพิกัด | ตามพิกัด | โรเบิร์ต ส.มงคลการช่าง | 126 (ตามข้อมูลที่ประกาศ) | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
| 9 | เมธี สส.ต้อยแปดริ้ว | 123 (ตามข้อมูลที่ประกาศ) | 123.2 | ต้องลด 0.2 | อภิเดช ส.สมหมาย | 125 (ตามข้อมูลที่ประกาศ) | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
รายละเอียดรายคู่ (ทุกคู่มีตารางประกอบ)
ต่อไปเป็นรายละเอียดโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ แบบแยกทีละคู่เพื่อให้เห็นข้อมูลชัดขึ้น โดยทุกไฟต์จะมีตารางเฉพาะคู่แสดงชื่อมุมแดงและมุมน้ำเงิน พิกัด ผลชั่ง และสถานะน้ำหนักอย่างละเอียด ซึ่งช่วยให้คุณตั้งจุดสังเกตได้ง่ายก่อนเริ่มแข่งขันจริงที่เวลา 16:30 น. เช่น คู่ไหนเป็นฝ่ายต้องลดและควรจับตาความสดในยกท้าย หรือคู่ไหนขาดพิกัดและอาจเน้นเกมเร็วชิงจังหวะมากขึ้น เมื่อมีข้อมูลครบและอ่านง่าย การติดตามมวยดาวรุ่งจะสนุกขึ้นเพราะคุณมองเห็นภาพรวมตั้งแต่ก่อนขึ้นเวทีและสามารถเชื่อมโยงกับรูปเกมที่เกิดขึ้นจริงได้ชัดเจนกว่าเดิม
คู่ที่ 1 เจ้าเมืองเล็ก ขุนศึกรามัญ vs เพชรอชิ รร.ธรรมศาสตร์คลองหลวง (พิกัด 28.5 กก.)
คู่ที่ 1 ของโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ อยู่พิกัด 28.5 กก. โดยมุมแดง เจ้าเมืองเล็ก ขุนศึกรามัญ ชั่งได้ 28.8 และต้องลด 0.3 ขณะที่มุมน้ำเงิน เพชรอชิ รร.ธรรมศาสตร์คลองหลวง ชั่งได้ 28 และขาด 0.5 ทำให้ไฟต์นี้มีภาพต่างกันชัดเจนในเชิงตัวเลขคือฝั่งแดงเกินพิกัดเล็กน้อยต้องจัดการน้ำหนักเพิ่มเติม ส่วนฝั่งน้ำเงินอยู่ต่ำกว่าพิกัดพอสมควรและอาจมีความคล่องตัวในการเข้าออกระยะมากขึ้น คนดูจึงมักสนใจว่าจังหวะเริ่มต้นของเกมจะออกมาเร็วและมีการชิงแต้มถี่แค่ไหน
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เจ้าเมืองเล็ก ขุนศึกรามัญ | 28.5 กก. | 28.8 | ต้องลด 0.3 | เพชรอชิ รร.ธรรมศาสตร์คลองหลวง | 28.5 กก. | 28.0 | ขาด 0.5 |
การติดตามคู่นี้ควรดูตั้งแต่ยกแรกว่าเจ้าเมืองเล็กหลังจัดการน้ำหนักแล้วจะยังออกอาวุธได้ต่อเนื่องและเคลื่อนตัวได้คล่องหรือไม่ เพราะแม้ต้องลดเพียง 0.3 แต่พิกัดเล็กเป็นช่วงที่เกมเร็วและใช้พลังมากในจังหวะสั้น ๆ หากฝั่งแดงเริ่มเกมได้ดีและทำคะแนนนำด้วยอาวุธชัด เช่น เตะนำหรือถีบคุมระยะ ก็จะทำให้ฝั่งน้ำเงินต้องเร่งและเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่ฝั่งน้ำเงินที่ขาด 0.5 อาจเน้นความไว ชิงจังหวะสวน และปิดท้ายยกให้เห็นภาพเพื่อดึงคะแนนกลับมา ซึ่งทำให้คู่เปิดรายการมีโอกาสสนุกจากการชิงจังหวะถี่ตลอดทั้งไฟต์
คู่ที่ 2 รถถังเล็ก ลูกนเรศวร vs ซุปเปอร์เล็ก ซิลล์มวยไทย (พิกัด 32.5 กก.)
คู่ที่ 2 ในโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ พิกัด 32.5 กก. มุมแดง รถถังเล็ก ลูกนเรศวร ชั่งได้ตามพิกัด ขณะที่มุมน้ำเงิน ซุปเปอร์เล็ก ซิลล์มวยไทย ชั่งได้ 32.4 และขาด 0.1 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้พิกัดมาก ทำให้ไฟต์นี้ดูนิ่งในเชิงน้ำหนักและน่าจะวัดกันที่รูปเกมเป็นหลัก โดยพิกัดช่วงนี้มักมีทั้งความเร็วและการปะทะที่ชัดพอให้เห็นคะแนนง่าย ใครคุมจังหวะได้ก่อนและออกอาวุธเข้าเป้าแบบเห็นภาพจะได้เปรียบในแต่ละยกอย่างชัดเจน
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รถถังเล็ก ลูกนเรศวร | 32.5 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด | ซุปเปอร์เล็ก ซิลล์มวยไทย | 32.5 กก. | 32.4 | ขาด 0.1 |
เมื่อทั้งคู่มีตัวเลขชั่งใกล้พิกัดมาก ความสำคัญจึงอยู่ที่การคุมพื้นที่และการออกอาวุธให้ชัด โดยเฉพาะการเตะนำที่เข้าเป้าและการถีบคุมระยะที่ทำให้คู่ชกเสียจังหวะ หากฝ่ายใดชิงคะแนนนำในยกแรกยกสองได้ก่อน จะทำให้อีกฝ่ายต้องเร่งเกมและเปิดช่องมากขึ้น ซึ่งอาจสร้างโอกาสให้เกิดจังหวะสวนกลับที่เปลี่ยนเกมได้ในทันที คู่นี้จึงเหมาะกับการดูเชิงเทคนิคและการทำแต้มแบบต่อเนื่อง เพราะแม้จะเป็นพิกัดเล็ก แต่รายละเอียดการปิดท้ายยกและการรักษาทรงยังเป็นหัวใจสำคัญของคะแนนเสมอ
คู่ที่ 3 ธนัญชัย โอมสุราษฎร์ vs โจ๊กเกอร์ อินดี้มวยไทย (พิกัด 28 กก.)
คู่ที่ 3 ของโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ อยู่พิกัด 28 กก. และเป็นคู่ที่ตัวเลขชั่งน้ำหนักเรียบร้อยที่สุดแบบไม่ต้องตีความมาก เพราะทั้งมุมแดง ธนัญชัย โอมสุราษฎร์ และมุมน้ำเงิน โจ๊กเกอร์ อินดี้มวยไทย ชั่งได้ตามพิกัดทั้งคู่ ทำให้ตัวแปรเรื่องน้ำหนักแทบไม่มีและคนดูสามารถโฟกัสไปที่รูปเกมล้วน ๆ ได้เต็มที่ โดยพิกัด 28 กก. มักเป็นช่วงที่เกมเดินเร็ว มีการชิงจังหวะเข้าออกระยะถี่ และคะแนนมักไหลจากอาวุธที่เข้าเป้าแบบเห็นภาพชัดในแต่ละช่วงของยก
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ธนัญชัย โอมสุราษฎร์ | 28 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด | โจ๊กเกอร์ อินดี้มวยไทย | 28 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
ด้วยความที่ทั้งสองฝ่ายชั่งตามพิกัด คู่นี้จึงน่าดูที่การคุมจังหวะและความแม่นยำของอาวุธ ใครเตะนำได้ก่อน ใครคุมระยะด้วยถีบได้ต่อเนื่อง และใครอ่านทางได้ดีจนสวนกลับแบบชัดเจน จะมีโอกาสสร้างคะแนนนำแบบค่อยเป็นค่อยไป หากเกมสูสี การปิดท้ายยกด้วยอาวุธที่เห็นภาพชัดจะเป็นตัวตัดสินสำคัญ เพราะเป็นจังหวะที่ทำให้ภาพรวมของยกนั้นเอนเอียงได้ทันที แม้ตลอดยกจะผลัดกันทำแต้มสูสีอยู่ก็ตาม ซึ่งทำให้ไฟต์นี้มีโอกาสสนุกจากการแก้เกมต่อยกอย่างชัดเจน
คู่ที่ 4 นาทีทอง อ.อู๊ดอุดร vs สามสิงห์ อังเรย์ยิม (พิกัด 35 กก.)
คู่ที่ 4 ของโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ พิกัด 35 กก. เป็นคู่ที่มีสถานะน้ำหนักต่างกันชัดเจน โดยมุมแดง นาทีทอง อ.อู๊ดอุดร ชั่งได้ 34.8 และขาด 0.2 ขณะที่มุมน้ำเงิน สามสิงห์ อังเรย์ยิม ชั่งได้ 35.3 และต้องลด 0.3 ทำให้คู่นี้เป็นไฟต์ที่น่าดูเรื่องความสดของฝั่งน้ำเงินหลังการจัดการน้ำหนัก และความคล่องตัวของฝั่งแดงที่อยู่ต่ำกว่าพิกัดเล็กน้อย เมื่อเป็นพิกัด 35 เกมมักเริ่มมีแรงปะทะมากขึ้นกว่าพิกัดเล็กกว่า ทำให้การออกอาวุธที่ชัดและการรักษาทรงมีความสำคัญมากในแต่ละยก
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| นาทีทอง อ.อู๊ดอุดร | 35 กก. | 34.8 | ขาด 0.2 | สามสิงห์ อังเรย์ยิม | 35 กก. | 35.3 | ต้องลด 0.3 |
การดูคู่นี้ให้สนุกควรสังเกตช่วงต้นยกว่าใครคุมระยะได้ก่อนและใครออกอาวุธได้ชัดกว่า หากฝั่งน้ำเงินลดแล้วออกมาสด เกมจะมีความเข้มข้นเพราะสามารถเดินกดดันและปิดเกมด้วยอาวุธหนักได้ แต่ถ้าฝั่งน้ำเงินเริ่มช้าหรือออกอาวุธไม่ต่อเนื่อง ฝั่งแดงที่ขาดพิกัดเล็กน้อยอาจใช้ความไวในการเข้าออกระยะและทำแต้มสะสมจากการเตะนำหรือถีบคุมระยะ เมื่อเกมเข้าสู่ยกสามยกสี่ การยืนระยะและการรักษาทรงจะเป็นตัวแปรสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่แรงตกหรือความสดเริ่มเห็นได้ชัด และการปิดท้ายยกด้วยอาวุธที่เห็นภาพจะช่วยตอกคะแนนได้อย่างมาก
คู่ที่ 5 แนวหน้า เพชร ปตอ. vs เพชรบุญคุ้ม ช.วันชัย (พิกัด 52 กก.)
คู่ที่ 5 ของโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ พิกัด 52 กก. เป็นอีกคู่ที่ตัวเลขชั่งน้ำหนักเรียบร้อย เพราะทั้งมุมแดง แนวหน้า เพชร ปตอ. และมุมน้ำเงิน เพชรบุญคุ้ม ช.วันชัย ชั่งได้ตามพิกัดทั้งคู่ ทำให้ไม่มีภาระต้องลดหรือขาดพิกัดให้เป็นประเด็นหลักก่อนชกจริง เมื่อพิกัดขยับขึ้นมาสูงขึ้น เกมมักมีทั้งแรงปะทะและการคุมระยะที่ชัด ทำให้คนดูมักโฟกัสที่แท็กติก การออกอาวุธให้เห็นภาพ และการแก้เกมระหว่างยก ซึ่งเป็นเสน่ห์ของพิกัดที่เริ่มมีความหนักของอาวุธมากขึ้นอย่างเด่นชัด
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แนวหน้า เพชร ปตอ. | 52 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด | เพชรบุญคุ้ม ช.วันชัย | 52 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
เมื่อทั้งสองฝ่ายชั่งตามพิกัด ความสำคัญของคู่นี้จึงอยู่ที่ใครคุมพื้นที่กลางเวทีได้ก่อน ใครออกอาวุธได้ต่อเนื่อง และใครรักษาความนิ่งช่วงท้ายยกได้ดี โดยเฉพาะการเตะลำตัวที่เข้าเป้า การถีบคุมระยะ และจังหวะสวนที่ทำให้คู่ชกเสียทรงซึ่งช่วยทำคะแนนได้ชัด หากฝ่ายใดชิงคะแนนนำได้ก่อนและคุมเกมให้เป็นจังหวะของตัวเองได้ อีกฝ่ายจะต้องเร่งและเปิดช่องมากขึ้น ซึ่งมักทำให้เกมสนุกขึ้นในยกกลางเพราะมีจังหวะแลกอาวุธชัดเจนให้ลุ้นตลอด และทำให้การปิดท้ายยกกลายเป็นช่วงที่สำคัญมากต่อภาพรวมคะแนน
คู่ที่ 6 หยก หยกขาวแสนชัยยิม vs กุมารเพชร ช.รุ่งศักดิ์ (พิกัด 37 กก.)
คู่ที่ 6 ของโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ พิกัด 37 กก. เป็นคู่ที่ชั่งได้ตามพิกัดทั้งสองฝ่าย โดยมุมแดง หยก หยกขาวแสนชัยยิม และมุมน้ำเงิน กุมารเพชร ช.รุ่งศักดิ์ ผ่านเกณฑ์ชั่งน้ำหนักเรียบร้อย ทำให้ตัวแปรเรื่องน้ำหนักแทบไม่มีและช่วยให้คนดูไปโฟกัสที่รูปเกมมากขึ้น พิกัด 37 กก. เป็นช่วงที่เกมมีสปีดดีและเริ่มมีแรงปะทะพอให้เห็นความชัดของอาวุธ การคุมจังหวะในระยะกลางและการเลือกเข้าทำอย่างมีแบบแผนจึงเป็นจุดที่น่าดูสำหรับคู่นี้
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| หยก หยกขาวแสนชัยยิม | 37 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด | กุมารเพชร ช.รุ่งศักดิ์ | 37 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
การติดตามคู่นี้เหมาะกับการดูเกมคุมระยะและการทำแต้มให้ชัด เพราะเมื่อไม่มีตัวแปรน้ำหนักมารบกวน ความต่างจะอยู่ที่การอ่านเกมและการเลือกอาวุธที่เหมาะสม เช่น การเตะนำ การถีบคุมระยะ และการสวนในจังหวะที่คู่ชกเดินเข้ามา หากฝ่ายใดทำแต้มได้ก่อนและรักษาความต่อเนื่องของอาวุธในยกถัดไปได้ อีกฝ่ายจะต้องเร่งเกมเพื่อไล่แต้ม ซึ่งมักทำให้เกิดจังหวะแลกกันชัดขึ้นและเพิ่มโอกาสให้เห็นการแก้เกมระหว่างยกอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะช่วงท้ายยกที่เป็นช่วงสำคัญต่อภาพรวมคะแนนของแต่ละยกเสมอ
คู่ที่ 7 วันเฮง ส.โชคชัย vs พรอดัม กล้วยฉวาง (พิกัด 24 กก.)
คู่ที่ 7 ของโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ อยู่พิกัด 24 กก. และชั่งได้ตามพิกัดทั้งสองฝ่าย โดยมุมแดง วันเฮง ส.โชคชัย และมุมน้ำเงิน พรอดัม กล้วยฉวาง ผ่านเกณฑ์ชั่งน้ำหนักเรียบร้อย ทำให้ไฟต์นี้น่าจะเป็นเกมที่เน้นความเร็วและการชิงจังหวะเป็นหลัก เพราะพิกัดเล็กมากมักมีการเข้าออกระยะเร็ว การออกอาวุธเป็นชุดสั้น ๆ และการทำแต้มจะขึ้นกับความแม่นยำและความชัดของอาวุธมากกว่าการปะทะหนัก คนดูจึงควรจับตาว่าใครคุมเกมได้ก่อนและใครปิดท้ายยกได้ดีกว่า
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| วันเฮง ส.โชคชัย | 24 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด | พรอดัม กล้วยฉวาง | 24 กก. | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
เมื่อเป็นพิกัดเล็กและชั่งตรงพิกัดทั้งคู่ ความสนุกจะอยู่ที่ความไวและการชิงจังหวะในระยะสั้น ใครออกอาวุธเข้าเป้าได้ชัดและทำให้คู่ชกเสียจังหวะจะได้เปรียบในสายตากรรมการ โดยเฉพาะการเตะนำที่เข้าเป้าเต็ม การถีบคุมระยะ และการสวนในจังหวะที่คู่ชกพยายามเร่งเข้าหา หากฝ่ายใดทำคะแนนนำได้ก่อน อีกฝ่ายมักต้องเร่งเกมให้เร็วขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดจังหวะสวนกลับและจังหวะแลกกันชัดมากขึ้นในช่วงยกกลาง คู่นี้จึงเหมาะกับการดูเกมเร็ว ๆ ที่ตัดสินกันด้วยรายละเอียดและความแม่นยำของการออกอาวุธเป็นหลัก
คู่ที่ 8 เพชรพลวัฒน์ ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน vs โรเบิร์ต ส.มงคลการช่าง (พิกัด 126 ตามข้อมูลที่ประกาศ)
คู่ที่ 8 ของโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ ระบุพิกัด 126 ตามข้อมูลที่ประกาศ โดยทั้งมุมแดง เพชรพลวัฒน์ ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน และมุมน้ำเงิน โรเบิร์ต ส.มงคลการช่าง ชั่งได้ตามพิกัดทั้งคู่ ทำให้ไฟต์นี้ไม่มีประเด็นเรื่องต้องลดหรือขาดพิกัดให้ต้องกังวลมากและช่วยให้คนดูโฟกัสไปที่รูปเกมเต็ม ๆ ว่าจะเป็นไฟต์คุมจังหวะหรือไฟต์ที่มีการแลกอาวุธชัด ๆ ตามสไตล์ของทั้งสองฝ่าย เมื่อทั้งสองฝ่ายผ่านเกณฑ์ชั่งเรียบร้อย เกมมักตัดสินกันที่การคุมพื้นที่ การออกอาวุธที่เข้าเป้า และการรักษาทรงช่วงท้ายยก
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เพชรพลวัฒน์ ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน | 126 (ตามข้อมูลที่ประกาศ) | ตามพิกัด | ตามพิกัด | โรเบิร์ต ส.มงคลการช่าง | 126 (ตามข้อมูลที่ประกาศ) | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
คู่นี้เหมาะกับการดูจังหวะและความชัดของอาวุธแบบละเอียด เพราะเมื่อไม่มีตัวแปรน้ำหนัก เกมจะขึ้นอยู่กับการคุมระยะและการทำแต้มที่เห็นภาพ เช่น การเตะลำตัวที่เข้าเป้าเต็ม การถีบคุมพื้นที่ให้คู่ชกต้องถอย และการสวนในจังหวะที่คู่ชกพลาด หากฝ่ายใดชิงคะแนนนำได้ก่อนและรักษาความต่อเนื่องของอาวุธได้ดี อีกฝ่ายจะต้องเร่งเกมและเปิดช่องมากขึ้น ซึ่งมักทำให้ช่วงยกกลางมีจังหวะแลกกันชัดเจนและทำให้คนดูได้เห็นการแก้เกมระหว่างยกอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะช่วงท้ายยกที่เป็นช่วงสำคัญของภาพรวมคะแนนในแต่ละยกเสมอ
คู่ที่ 9 เมธี สส.ต้อยแปดริ้ว vs อภิเดช ส.สมหมาย (พิกัด 123/125 ตามข้อมูลที่ประกาศ)
คู่ที่ 9 ของโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ เป็นคู่ที่น่าสนใจเพราะเป็นไฟต์ที่ระบุพิกัดต่างกันในคู่เดียว โดยมุมแดง เมธี สส.ต้อยแปดริ้ว อยู่พิกัด 123 ตามข้อมูลที่ประกาศและชั่งได้ 123.2 ต้องลด 0.2 ขณะที่มุมน้ำเงิน อภิเดช ส.สมหมาย อยู่พิกัด 125 ตามข้อมูลที่ประกาศและชั่งได้ตามพิกัด ทำให้คู่นี้มีตัวแปรเรื่องการต้องลดฝั่งแดงเล็กน้อย และยังมีความต่างของตัวเลขพิกัดที่ทำให้คนดูสนใจว่ารูปเกมจริงจะเดินอย่างไรเมื่อขึ้นชก โดยเฉพาะการคุมระยะและการทำแต้มให้ชัดในช่วงต้นยกเพื่อสร้างภาพรวมคะแนน
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เมธี สส.ต้อยแปดริ้ว | 123 (ตามข้อมูลที่ประกาศ) | 123.2 | ต้องลด 0.2 | อภิเดช ส.สมหมาย | 125 (ตามข้อมูลที่ประกาศ) | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
การติดตามคู่นี้ควรดูตั้งแต่ยกแรกว่าฝั่งแดงหลังลดแล้วออกมามีความสดและความต่อเนื่องของอาวุธมากน้อยแค่ไหน เพราะแม้ต้องลด 0.2 จะเป็นตัวเลขไม่มาก แต่ในเกมที่สูสี รายละเอียดเล็ก ๆ สามารถสะท้อนออกมาได้ในช่วงยกกลางเมื่อเกมเริ่มใช้พลังมากขึ้น ส่วนฝั่งน้ำเงินที่ชั่งตามพิกัดในพิกัดของตัวเองอาจเน้นความนิ่งและการคุมจังหวะให้ได้คะแนนแบบชัด ๆ เช่น เตะนำคุมระยะ ถีบให้คู่ชกเสียจังหวะ และปิดท้ายยกด้วยอาวุธที่เห็นภาพ เมื่อเกมเข้าสู่ช่วงท้าย หากฝ่ายใดรักษาทรงได้ดีและเลือกออกอาวุธสำคัญได้ถูกจังหวะ ก็มีโอกาสปิดเกมด้วยคะแนนที่ชัดเจนตามภาพรวมของแต่ละยก
สำหรับคอวัวชนตัวจริง การติดตามชมการแข่งขันสดๆ
ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว เว็บดูวัวชนสด อันดับ 1 ที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด
วิธีอ่านผลชั่งน้ำหนัก (ต้องลด / ขาด / ตามพิกัด)
การอ่านผลชั่งน้ำหนักในโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ ให้เข้าใจตรงกันสามารถดูได้จากคำสำคัญสามแบบคือ “ต้องลด” “ขาด” และ “ตามพิกัด” โดยรูปแบบที่เขียนว่า “ชั่งได้ 28.8 – 0.3” ให้ตีความว่าเกินพิกัด 0.3 และต้องลดลงให้เข้าพิกัดก่อนขึ้นชกจริง ส่วนรูปแบบที่ระบุว่า “ชั่งได้ 28 ขาด 0.5” หมายถึงชั่งได้ต่ำกว่าพิกัด 0.5 ขณะที่คำว่า “ชั่งได้ตามพิกัด” หมายถึงชั่งตรงพิกัดที่กำหนดพอดี ซึ่งช่วยให้คนดูเห็นภาพรวมความพร้อมก่อนขึ้นเวทีได้เร็วขึ้นและตั้งจุดสังเกตระหว่างดูได้ชัดขึ้น
สำหรับบางคู่ที่ระบุพิกัดเป็นตัวเลขตามประกาศโดยไม่ได้ใส่หน่วยไว้ เช่น พิกัด 126 หรือ 123/125 ในบทความนี้แสดงตามข้อมูลที่ประกาศเพื่อให้ผู้อ่านเห็นตรงกันและไม่ทำให้สับสนเรื่องหน่วย การเข้าใจผลชั่งน้ำหนักอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณดูมวยได้สนุกขึ้น เพราะคุณจะรู้ว่าคู่ไหนมีตัวแปรเรื่องการจัดการน้ำหนักก่อนชก และคู่ไหนพร้อมนิ่งแล้วไปวัดกันที่แท็กติก ความชัดของอาวุธ และการคุมระยะบนเวที ซึ่งมักเป็นสิ่งที่ตัดสินคะแนนได้ชัดเจน โดยเฉพาะช่วงท้ายยกที่เป็นช่วงสำคัญของภาพรวมการให้คะแนน
สรุปอินไซต์จากผลชั่งน้ำหนักวันนี้
ภาพรวมของโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ วันนี้มีคู่ที่ต้องจับตาเรื่องการ “ต้องลด” อยู่ 3 จุดคือคู่ที่ 1 มุมแดงต้องลด 0.3 คู่ที่ 4 มุมน้ำเงินต้องลด 0.3 และคู่ที่ 9 มุมแดงต้องลด 0.2 ขณะที่คู่ที่มี “ขาดพิกัด” ที่เด่นที่สุดคือคู่ที่ 1 มุมน้ำเงินขาด 0.5 ซึ่งเป็นตัวเลขขาดมากที่สุดในรายการชุดนี้ และคู่ที่ 4 มุมแดงขาด 0.2 ส่วนคู่ที่ 2 น้ำเงินขาด 0.1 เป็นตัวเลขเล็กน้อยมากทำให้ภาพรวมดูนิ่ง นอกจากนี้มีหลายคู่ที่ชั่งตามพิกัดทั้งสองฝ่าย ทำให้คนดูสามารถเลือกโฟกัสได้ตามความชอบว่าจะดูคู่ที่มีตัวแปรน้ำหนักหรือดูคู่ที่ตัดสินกันด้วยรูปเกมล้วน ๆ
หากคุณต้องเลือกดูแบบโฟกัส คู่ที่ 1 เหมาะกับการดูความต่างระหว่าง “ต้องลด” กับ “ขาด” ในพิกัดเล็กที่เกมมักเร็วและชิงจังหวะถี่ ส่วนคู่ที่ 4 เหมาะกับการดูว่าเมื่อฝั่งหนึ่งต้องลดและอีกฝั่งหนึ่งขาด รูปเกมจะออกมาแบบคุมจังหวะหรือเร่งแลกอาวุธตั้งแต่ต้นยก ขณะที่คู่ที่ 9 มีความน่าสนใจตรงพิกัดต่างกันในไฟต์เดียวและฝั่งแดงต้องลดเล็กน้อย ทำให้การคุมระยะและการทำแต้มให้ชัดในช่วงต้นมีความสำคัญมาก ส่วนคู่ที่ชั่งตามพิกัดทั้งคู่หลายไฟต์อย่างคู่ที่ 3, 5, 6, 7 และ 8 เหมาะกับคนที่ชอบดูเชิงแท็กติกเพราะตัวแปรเรื่องน้ำหนักน้อย ทำให้เกมตัดสินกันด้วยรายละเอียดจริง ๆ
คำถามที่พบบ่อย
ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ แข่งที่ไหน?
โปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ จัดการแข่งขันที่เวทีมวยตะวันนา ตามกำหนดของรายการ ซึ่งเป็นเวทีที่แฟนมวยหลายคนคุ้นเคยและติดตามคู่ดาวรุ่งกันอย่างต่อเนื่อง การรู้สถานที่จัดทำให้คุณวางแผนการติดตามได้สะดวกขึ้น และยังช่วยให้คุณเช็กตารางโปรแกรมพร้อมผลชั่งน้ำหนักล่วงหน้าเพื่อเตรียมจุดสังเกตระหว่างดูการแข่งขันได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะคู่ที่มีสถานะต้องลดหรือขาดพิกัดที่มักถูกจับตาเรื่องความสดช่วงยกกลางถึงยกท้าย
เริ่มแข่งขันกี่โมง?
โปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ เริ่มเวลา 16:30 น. ตามที่ระบุไว้ในรายการ โดยเป็นช่วงเวลาบ่ายที่เหมาะกับแฟนมวยที่อยากติดตามรายการต่อเนื่องและเห็นพัฒนาการของนักชกดาวรุ่งหลายพิกัดในวันเดียว หากคุณต้องการไม่พลาดคู่ต้นรายการควรเตรียมตัวล่วงหน้า เพราะคู่พิกัดเล็กมักออกเกมเร็วและมีการชิงจังหวะถี่ ทำให้ดูสนุกตั้งแต่เริ่มต้น และยังช่วยให้คุณเชื่อมโยงข้อมูลผลชั่งน้ำหนักกับรูปเกมจริงได้ตั้งแต่ยกแรก
วันนี้มีกี่คู่?
โปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568 มีทั้งหมด 9 คู่ โดยในหน้านี้ได้จัดทำตารางรวมและตารางแยกรายคู่ครบทุกไฟต์ เพื่อให้คุณเลือกอ่านเฉพาะคู่ที่สนใจได้สะดวก หรืออ่านแบบไล่ทั้งรายการเพื่อดูภาพรวมว่าคืนนี้มีคู่ที่ต้องลดหรือขาดพิกัดกี่จุด และคู่ไหนชั่งตามพิกัดทั้งสองฝ่าย การมีข้อมูลครบแบบนี้ช่วยให้ติดตามการแข่งขันได้สนุกขึ้น เพราะคุณรู้ล่วงหน้าว่าควรจับตาประเด็นใดเป็นพิเศษในแต่ละคู่
ต้องลดกับขาดพิกัดต่างกันอย่างไร?
คำว่า “ต้องลด” ในโปรแกรมมวย ศึกดาวรุ่ง น.สงวนพงศ์ หมายถึงชั่งน้ำหนักเกินพิกัด เช่น ชั่งได้ 35.3 ในพิกัด 35 จึงต้องลด 0.3 เพื่อกลับเข้าสู่พิกัดก่อนขึ้นชกจริง ส่วนคำว่า “ขาดพิกัด” หมายถึงชั่งได้ต่ำกว่าพิกัด เช่น ชั่งได้ 28 ในพิกัด 28.5 จึงขาด 0.5 ข้อมูลสองแบบนี้ช่วยให้คนดูเข้าใจสถานะน้ำหนักก่อนชกได้ตรงกัน และใช้เป็นจุดสังเกตเรื่องความสด ความไว และการยืนระยะในช่วงยกกลางถึงยกท้ายระหว่างชมการแข่งขันได้ชัดเจนมากขึ้น

