ศึกมวยไทย 7 สี ถือเป็นรายการมวยไทยวันอาทิตย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดรายการหนึ่งของประเทศ ด้วยการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่เข้าถึงผู้ชมทั่วประเทศ และรูปแบบการจัดคู่ที่เน้นความสนุก ความเร็ว และความชัดเจนของรูปเกม การแข่งขันประจำวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 จัดขึ้น ณ เวทีมวย ช่อง 7 สี โดยเริ่มทำการแข่งขันตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แฟนมวยคุ้นเคยและเฝ้ารอทุกสัปดาห์ รายการนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแจ้งเกิดของนักมวยดาวรุ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นสนามพิสูจน์ฝีมือของนักมวยระดับแถวหน้าที่ต้องการยืนระยะในสายตาแฟนมวยและกรรมการ

การนำเสนอโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี ในสัปดาห์นี้ มีความน่าสนใจเป็นพิเศษจากการจัดคู่ที่หลากหลายทั้งด้านพิกัดน้ำหนักและสไตล์การชก ตั้งแต่มวยพิกัดเล็กที่เน้นความเร็วและไหวพริบ ไปจนถึงมวยพิกัดกลางที่ต้องอาศัยพละกำลังและการยืนระยะ รูปแบบการชกในเวทีช่อง 7 สี ขึ้นชื่อเรื่องเกมเร็ว การออกอาวุธต่อเนื่อง และการปิดยกที่ต้องเห็นผลชัดเจน นักมวยที่สามารถทำให้คู่ต่อสู้เสียทรงหรือถอยหนีในช่วงท้ายยก มักได้รับการให้คะแนนที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

โปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 | เวทีมวยช่อง 7 สี เริ่มชกเวลา 14.30 น.

รายละเอียดการแข่งขัน ศึกมวยไทย 7 สี ประจำวันอาทิตย์นี้

ศึกมวยไทย 7 สี วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 เป็นการแข่งขันมวยไทยอาชีพที่จัดขึ้นตามมาตรฐานของเวทีช่อง 7 สี ซึ่งให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการตัดสินและความชัดเจนของอาวุธ นักมวยทุกคนต้องชั่งน้ำหนักตามพิกัดที่ตกลงไว้ และขึ้นชกด้วยสภาพร่างกายที่พร้อมสมบูรณ์ รูปแบบของรายการมักเน้นเกมเร็ว ไม่ปล่อยให้มีการถ่วงเวลา ทำให้ผู้ชมได้รับอรรถรสของมวยไทยอย่างเต็มที่ตั้งแต่คู่แรกจนถึงคู่สุดท้าย รายการนี้จึงเหมาะทั้งสำหรับแฟนมวยรุ่นเก่าและผู้ชมรุ่นใหม่ที่ต้องการดูมวยสนุก เข้าใจง่าย และตื่นเต้นตลอดการแข่งขัน


ตารางโปรแกรมการแข่งขัน ศึกมวยไทย 7 สี

คู่ที่ ฝ่ายแดง พิกัด ชั่งจริง ฝ่ายน้ำเงิน พิกัด ชั่งจริง
1 สิงห์พยัคฆ์ กิตติเมืองสตูล 127.0 127.2 ชาตินักรบ ร.ร.กีฬาแม่สอด 127.0 126.8
2 ยอดนที ผดุงชัยมวยไทยยิม 123.0 123.0 เอฟ35 ราชานนท์ 123.0 123.2
3 ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม 120.0 120.0 มังกร บูมเด็กเซียน 120.0 120.0
4 เซียงน้อยร้อยล้าน เหล่าโชคเจริญราชสีห์ 116.0 116.0 ก้องธรณี สันติอุบล 116.0 116.8
5 ซุปเปอร์จัง ส.รุ่งศักดิ์ 120.0 121.6 เกียรติศักดิ์ศรี เกียรติชัชนันท์ 120.0 118.6
6 เพชรภูเงิน พิมพ์นารามวยไทย 100.0 100.0 ทศกัณฑ์ ส.ศักดิ์สมบูรณ์ 100.0 100.2

โปรแกรมการแข่งขัน ศึกมวยไทย 7 สี แยกตามคู่

คู่ที่ 1 พิกัด 127 ปอนด์

สิงห์พยัคฆ์ กิตติเมืองสตูล พบ ชาตินักรบ ร.ร.กีฬาแม่สอด

คู่เปิดรายการของศึกมวยไทย 7 สี คู่นี้เป็นการพบกันของมวยพิกัดกลางที่มีความแตกต่างด้านน้ำหนักเล็กน้อย สิงห์พยัคฆ์ชั่งเกินพิกัดเล็กน้อยที่ 127.2 ปอนด์ ขณะที่ชาตินักรบขาดพิกัดเล็กน้อยที่ 126.8 ปอนด์ รูปเกมจึงมีแนวโน้มเป็นการวัดกันระหว่างแรงปะทะกับความคล่อง นักมวยที่สามารถคุมพื้นที่กลางเวทีและปิดยกด้วยอาวุธที่ชัดเจน จะมีโอกาสสร้างความได้เปรียบด้านคะแนนอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ต้นไฟท์

คู่ที่ 2 พิกัด 123 ปอนด์

ยอดนที ผดุงชัยมวยไทยยิม พบ เอฟ35 ราชานนท์

คู่นี้เป็นไฟท์ที่น้ำหนักค่อนข้างสูสี ยอดนทีชั่งได้ตรงพิกัด 123 ปอนด์ ส่วนเอฟ35ชั่งเกินพิกัดเล็กน้อยที่ 123.2 ปอนด์ ความต่างเพียงเล็กน้อยนี้ทำให้เกมมีแนวโน้มออกมาในรูปแบบมวยเชิงผสมบู๊ วัดกันที่จังหวะและการออกอาวุธเป็นชุด คู่ลักษณะนี้มักตัดสินกันที่รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น การสวนกลับในช่วงปลายยกหรือการทำให้อีกฝ่ายเสียจังหวะเพียงครั้งเดียว ซึ่งอาจมีผลต่อคะแนนทั้งยก

คู่ที่ 3 พิกัด 120 ปอนด์

ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม พบ มังกร บูมเด็กเซียน

คู่นี้ถือเป็นหนึ่งในคู่ที่สูสีที่สุดของโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี เนื่องจากทั้งสองฝ่ายชั่งได้ตรงพิกัด 120 ปอนด์พอดี ทำให้ความได้เปรียบด้านร่างกายแทบไม่มีผล รูปเกมจึงขึ้นอยู่กับฝีมือ การวางแผน และความนิ่งในการชก นักมวยที่สามารถรักษาจังหวะของตนเองและปิดยกได้อย่างชัดเจน จะมีโอกาสสะสมคะแนนและคุมไฟท์ได้ตั้งแต่ช่วงกลางการแข่งขัน

คู่ที่ 4 พิกัด 116 ปอนด์

เซียงน้อยร้อยล้าน เหล่าโชคเจริญราชสีห์ พบ ก้องธรณี สันติอุบล

เซียงน้อยร้อยล้านชั่งได้ตรงพิกัด 116 ปอนด์ ขณะที่ก้องธรณีชั่งเกินพิกัดที่ 116.8 ปอนด์ ทำให้ฝ่ายน้ำเงินดูได้เปรียบด้านพละกำลังและแรงปะทะ โดยเฉพาะในระยะประชิด รูปเกมน่าจะเป็นการวัดกันระหว่างมวยเชิงกับมวยพลัง หากก้องธรณีสามารถพาเกมเข้าสู่วงในและใช้แรงกดดันได้ต่อเนื่อง จะสร้างความได้เปรียบอย่างชัดเจน แต่หากเซียงน้อยร้อยล้านใช้จังหวะและฟุตเวิร์กตัดเกมได้ เกมอาจออกมาอย่างสูสีจนต้องตัดสินกันที่ปลายยก

คู่ที่ 5 พิกัด 120 ปอนด์

ซุปเปอร์จัง ส.รุ่งศักดิ์ พบ เกียรติศักดิ์ศรี เกียรติชัชนันท์

คู่นี้เป็นไฟท์ที่มีความแตกต่างด้านน้ำหนักค่อนข้างชัด ซุปเปอร์จังชั่งเกินพิกัดถึง 121.6 ปอนด์ ขณะที่เกียรติศักดิ์ศรีขาดพิกัดเหลือเพียง 118.6 ปอนด์ ความต่างนี้ส่งผลต่อรูปเกมอย่างมาก ฝ่ายแดงมีโอกาสได้เปรียบด้านแรงปลายและการยืนแลก ส่วนฝ่ายน้ำเงินต้องอาศัยความเร็ว การเข้าออกไว และการชิงจังหวะตั้งแต่ต้นยก หากเกมยืดเยื้อ ความได้เปรียบอาจเอนเอียงไปทางฝั่งที่ยังรักษาพลังและความนิ่งได้ดีกว่า

คู่ที่ 6 พิกัด 100 ปอนด์

เพชรภูเงิน พิมพ์นารามวยไทย พบ ทศกัณฑ์ ส.ศักดิ์สมบูรณ์

คู่ปิดท้ายรายการเป็นมวยพิกัดเล็กที่เน้นความเร็วและไหวพริบ เพชรภูเงินชั่งได้ตรงพิกัด 100 ปอนด์ ขณะที่ทศกัณฑ์ชั่งเกินพิกัดเล็กน้อยที่ 100.2 ปอนด์ รูปเกมน่าจะออกมาเร็วและตัดสินกันด้วยการสวนกลับและการปิดยกที่ชัดเจน นักมวยที่สามารถคุมสติและไม่เปิดช่องให้โดนสวน จะมีโอกาสคว้าชัยชนะในไฟท์นี้มากกว่า


ภาพรวมของโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี

เมื่อมองภาพรวมของโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี สัปดาห์นี้ จะเห็นได้ว่ามีความหลากหลายทั้งด้านพิกัดน้ำหนักและรูปแบบการชก ตั้งแต่มวยพิกัดเล็กที่เน้นความเร็ว ไปจนถึงมวยพิกัดกลางที่ต้องอาศัยแรงปะทะและการยืนระยะ จุดเด่นของเวทีช่อง 7 สี คือเกมที่รวดเร็ว การออกอาวุธต่อเนื่อง และการตัดสินที่ให้ความสำคัญกับภาพการปิดยกอย่างชัดเจน นักมวยที่สามารถแสดงผลลัพธ์ของอาวุธได้เป็นรูปธรรม มักได้รับคะแนนเหนือกว่าอย่างชัดเจน

ศึกมวยไทย 7 สี วันอาทิตย์นี้ จึงเป็นอีกหนึ่งรายการที่แฟนมวยไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมที่ชื่นชอบความมันของเกมบู๊ หรือผู้ที่ต้องการดูมวยเชิงแบบเข้าใจแทคติก การติดตามรายการนี้อย่างตั้งใจ จะช่วยให้เห็นเสน่ห์ของมวยไทยในหลายมิติ และสนุกกับการแข่งขันได้ตั้งแต่ต้นจนจบรายการ


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศึกมวยไทย 7 สี

1. ศึกมวยไทย 7 สี แข่งขันวันไหน และเริ่มชกกี่โมง?

2. ศึกมวยไทย 7 สี จัดการแข่งขันที่เวทีใด?

3. รูปแบบการชกของศึกมวยไทย 7 สี แตกต่างจากเวทีอื่นอย่างไร?

4. การชั่งน้ำหนักมีผลต่อรูปเกมในศึกมวยไทย 7 สี มากแค่ไหน?

5. คู่ไหนของศึกมวยไทย 7 สี ที่มักออกมาสูสีและลุ้นสนุกที่สุด?

6. ระบบการให้คะแนนของเวทีมวยช่อง 7 สี เน้นอะไรเป็นหลัก?

7. ควรดูศึกมวยไทย 7 สี อย่างไรให้สนุกและเข้าใจเกมมากขึ้น?

8. ศึกมวยไทย 7 สี เหมาะกับแฟนมวยกลุ่มใด?