เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ จบลงแบบไร้สกอร์ก็จริง แต่ภาพรวมเกมไม่ได้อึดอัดหรือเนือยตลอด 90 นาที เพราะทั้งสองทีมมีช่วงที่เล่นได้ไหลลื่นและมีจังหวะให้ลุ้นอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะเวสต์แฮมที่สร้าง “โอกาสจะแจ้ง” ได้มากกว่าอย่างชัดเจนจากลูกตั้งเตะ ลูกครอส และจังหวะยิงในกรอบที่เกือบเปลี่ยนเป็นประตูหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ความคมหน้าประตูยังไม่พอ และที่สำคัญคือ D. Petrovic นายด่านทีมเยือนโชว์ซูเปอร์เซฟหลายจังหวะจนรักษาคลีนชีตไว้ได้ ทำให้เกมจบด้วยการแบ่งแต้ม 0-0 ที่ให้ความรู้สึกว่าเจ้าบ้านน่าเสียดายมากกว่า

หากมองรายละเอียดของเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ จะเห็นว่าบอร์นมัธเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าและพยายามคุมจังหวะ เพื่อหาช่องเข้าทำแบบมีแบบแผน แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคมพอจะปิดเกม ขณะที่เวสต์แฮมอาจครองบอลน้อยกว่า แต่กลับเป็นฝ่ายสร้างโอกาสจำนวนมากกว่า และได้ลุ้นแบบใกล้เคียงการทำประตูหลายครั้ง โดยเฉพาะจากลูกเตะมุมที่เปิดเข้ามาให้เซ็นเตอร์แบ็กขึ้นโหม่ง หรือจังหวะยิงในกรอบที่ต้องใช้การป้องกันแบบวินาทีสุดท้ายของทีมเยือน ทำให้เกมนี้จบด้วยคลีนชีตทั้งสองทีม แต่ความรู้สึกหลังเกมต่างกันชัดเจน เพราะเวสต์แฮมเหมือนปล่อยชัยชนะหลุดมือมากกว่า

สรุปผลการแข่งขัน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ

รายการ รายละเอียด
ผลการแข่งขัน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ
วันที่แข่งขัน 21 กุมภาพันธ์ 2026
จุดโทษ (Penalty) ไม่มี
ใบแดง ไม่มีเหตุการณ์ใบแดงที่เป็นจุดเปลี่ยนใหญ่
จุดชี้เกม ความคมหน้าประตู + เซฟสำคัญของ Petrovic ที่ช่วยทีมเยือนเก็บ 1 แต้ม

ผลเสมอในเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ อาจดูเหมือนเป็นเกมที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหากมองเพียงสกอร์ แต่เมื่อดูจากรูปเกมและโอกาสที่เกิดขึ้นจะพบว่าเวสต์แฮมมีโอกาส “ปิดเกม” ได้หลายครั้ง โดยเฉพาะลูกตั้งเตะที่ทำให้เกิดสถานการณ์อันตรายในเขตโทษบอร์นมัธอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจังหวะยิงในกรอบที่ต้องใช้ทั้งการบล็อกและการเซฟระดับสูงของผู้รักษาประตูทีมเยือน ขณะที่บอร์นมัธแม้จะครองบอลมากกว่า แต่โอกาสแบบจะ ๆ กลับไม่ได้เยอะเท่าเจ้าบ้าน และช็อตที่หวาดเสียวที่สุดของทีมเยือนเกิดขึ้นช่วงท้ายจากการลากเดี่ยวของ Rayan ที่ซัดไปชนเสา/คานแบบได้เสียว จึงเป็น 0-0 ที่มีเรื่องเล่าและมีจุดเปลี่ยนซ่อนอยู่ในรายละเอียดของแต่ละจังหวะ

ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ (Key Moments Timeline)

ช่วงเวลา เหตุการณ์ รายละเอียด
ต้นเกม เวสต์แฮมกดดันเร็ว เริ่มดุดัน มีลุ้นจากเตะมุม/ครอส และจังหวะยิงในกรอบ
ตลอดเกม Petrovic เซฟต่อเนื่อง เซฟลูกยิงและลูกโหม่งสำคัญหลายครั้ง ช่วยทีมเยือนไว้แบบชัดเจน
กลางเกม Summerville ปั่นป่วน เลี้ยงกินตัว กระชากสร้างสถานการณ์ลุ้นประตูให้เพื่อนบ่อย
ท้ายเกม Rayan ช็อตหวาดเสียว ลากเดี่ยวก่อนซัดชนเสา/คาน เกือบเป็นประตูชัยของบอร์นมัธ
10 นาทีสุดท้าย เวสต์แฮมเร่งเกม โยนยาว เล่นบอลสอง เติมเกมรุกมากขึ้น แต่ยังเจาะไม่เข้า

ช่วงต้นเกมของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ เวสต์แฮมเริ่มด้วยความดุดันและพยายามกดดันอย่างรวดเร็ว จุดเด่นคือการเข้าทำจากด้านข้างและลูกตั้งเตะที่สร้างปัญหาให้แนวรับทีมเยือนตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดจากริมเส้นหรือการเตะมุมที่ถูกวางให้ผู้เล่นตัวใหญ่ขึ้นโหม่งในพื้นที่อันตราย หลายครั้งบอลตกลงมาในกรอบเขตโทษพร้อมจังหวะยิงซ้ำที่ได้ลุ้นจริง ทำให้บอร์นมัธต้องตั้งหลักเร็วและเล่นเกมรับแบบรัดกุมมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่เกมแม้จะยังไม่มีสกอร์ แต่ความตื่นเต้นเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นและทำให้แฟนบอลเห็นว่ามีโอกาสเกิดประตูได้ตลอดเวลา

ตัวละครสำคัญที่สุดของเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ คือ D. Petrovic ผู้รักษาประตูบอร์นมัธที่โชว์เซฟสำคัญหลายครั้งจนกลายเป็นกำแพงสำคัญของทีมเยือน เขาอ่านทางบอลจากลูกครอสและลูกเตะมุมได้ดี ออกมาปัดหรือชกบอลในจังหวะที่มีผู้เล่นเวสต์แฮมรอเข้าชาร์จอยู่หลายคน รวมถึงการเซฟลูกยิงในกรอบที่ต้องอาศัยปฏิกิริยารวดเร็วและการยืนตำแหน่งที่แม่นยำ หากไม่มีเซฟเหล่านี้ เวสต์แฮมมีโอกาสขึ้นนำได้มากกว่า 1 ครั้งด้วยซ้ำ และเกมอาจเปลี่ยนทิศทางทันที เพราะการได้ประตูแรกจะทำให้แผนการเล่นของทั้งสองทีมต้องปรับอย่างมาก

ในเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ คนที่สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับทีมเยือนได้ชัดเจนที่สุดคือ C. Summerville เขาเป็นตัวจี๊ดที่ชอบเลี้ยงกินตัวและกระชากพาบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้าย ทำให้บอร์นมัธต้องถอยมาช่วยกันซ้อนและคอยตัดเกมหลายครั้ง Summerville ยังมีบทบาทกับลูกตั้งเตะและจังหวะสร้างเกมรุกที่ช่วยให้เวสต์แฮมได้ครอสหรือได้ยิงในจังหวะสองบ่อยขึ้น เมื่อมีเขาอยู่ในเกม เวสต์แฮมดูมีมิติในเกมรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการโจมตีแบบ 1 ต่อ 1 ที่ทำให้แนวรับต้องตัดสินใจยากว่าจะเข้าปะทะหรือถอยคุมพื้นที่ ซึ่งหลายครั้งสร้างช่องว่างให้เพื่อนร่วมทีมสอดเข้ามาลุ้นได้จริง

แม้เวสต์แฮมจะเป็นฝ่ายได้โอกาสชัดเจนหลายครั้ง แต่บอร์นมัธก็มีช็อตที่น่าหวาดเสียวที่สุดในช่วงท้ายของเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ จากจังหวะที่ Rayan ลงมาสร้างอิมแพ็กต์และลากเดี่ยวก่อนจะซัดไปชนเสา/คานแบบได้เสียว จังหวะนี้เป็นภาพสะท้อนว่าฟุตบอลบางครั้งอาจตัดสินกันด้วยเสี้ยววินาที เพราะหากลูกนั้นเข้าประตู บอร์นมัธจะได้ 3 แต้มทั้งที่ภาพรวมอาจเป็นรองในเรื่องโอกาส และเวสต์แฮมจะยิ่งเจ็บปวดมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม เมื่อบอลไม่เข้า เกมจึงยังอยู่ในกรอบของผลเสมอ และทำให้ช่วงท้ายกลายเป็นการเร่งเกมของเจ้าบ้านเพื่อหวังปิดบัญชีให้ได้

ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ เวสต์แฮมพยายามปรับเป็นเกมรุกมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการโยนยาวเพื่อให้เกิดบอลสอง การดันผู้เล่นขึ้นสูงเพื่อกดแนวรับ และการเปิดบอลเข้ากรอบแบบต่อเนื่องเพื่อหวังให้เกิดจังหวะชุลมุนหน้าประตู อย่างไรก็ตาม บอร์นมัธยืนตำแหน่งในกรอบได้ดีและคอยเคลียร์บอลจังหวะสุดท้ายแบบไม่ปล่อยให้มีการยิงซ้ำแบบโล่ง ๆ มากนัก เมื่อรวมกับความเหนียวของ Petrovic ทำให้ความพยายามของเวสต์แฮมไม่เปลี่ยนเป็นสกอร์ และจบเกมด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์ในที่สุด

วิเคราะห์แท็กติกและแผนการเล่น: ทำไมเวสต์แฮมยิงเยอะแต่ไม่เข้า

เกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ เป็นตัวอย่างคลาสสิกของเกมที่ทีมหนึ่งสร้างโอกาสได้เยอะ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ เวสต์แฮมเล่นในระบบ 4-2-3-1 โดยเน้นการโจมตีริมเส้นและลูกตั้งเตะเป็นอาวุธสำคัญ เพราะทีมมีผู้เล่นที่ขึ้นโหม่งได้ดีและมีการวางบอลจากด้านข้างที่อันตราย J. Bowen ในฐานะกัปตันมีบทบาทคุมจังหวะและเปิดบอลหลายครั้ง ขณะที่ A. Disasi มีจังหวะขึ้นโหม่งและเข้าชาร์จจากเตะมุมที่เกือบทำให้ทีมได้เฮ อย่างไรก็ตาม เมื่อโอกาสสำคัญไม่ถูกเปลี่ยนเป็นประตู ความกดดันเริ่มสะสมและทำให้การจบสกอร์ในช่วงท้ายยิ่งขาดความเฉียบคมมากขึ้น

บอร์นมัธในเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ ใช้ระบบ 4-2-3-1 เช่นเดียวกัน แต่แนวคิดต่างกันชัดเจน พวกเขาครองบอลมากกว่าและพยายามคุมจังหวะเพื่อหาช่องเข้าทำแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมี T. Adams และ A. Scott ช่วยคุมกลางและตัดเกม ทำให้ทีมเยือนตั้งหลักได้ดีขึ้นในครึ่งหลัง และลดความเสียหายในช่วงที่เวสต์แฮมกดดันหนัก อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้บอร์นมัธไม่สามารถชนะได้คือความคมในจังหวะสุดท้ายยังไม่เพียงพอ โอกาสแบบจะ ๆ ของพวกเขามีไม่มาก และเมื่อได้จังหวะสำคัญอย่างช็อตของ Rayan ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ จึงต้องพอใจกับ 1 แต้มที่ได้จากคลีนชีต

จุดชี้ขาดเชิงเกมของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ จึงหนีไม่พ้น “ความคมหน้าประตู” และ “การเซฟสำคัญของผู้รักษาประตูบอร์นมัธ” เพราะเวสต์แฮมมี xG สูงและสร้างโอกาสจำนวนมาก แต่การจบสกอร์ไม่เด็ดขาดพอ ขณะเดียวกัน Petrovic ทำให้ทุกโอกาสของเจ้าบ้านยากขึ้นไปอีกด้วยการยืนตำแหน่งที่แม่นและการปัดบอลในจังหวะที่ต้องเป็นประตู ถ้าเวสต์แฮมยิงนำได้ก่อน เกมน่าจะเปิดและทำให้บอร์นมัธต้องเสี่ยงมากขึ้น แต่เมื่อประตูแรกไม่มา เกมก็ไหลไปตามสภาพที่ทีมเยือนเล่นได้สบายขึ้นเรื่อย ๆ และจบด้วยผลเสมอที่แม้จะมีคลีนชีตทั้งสองฝ่าย แต่ความรู้สึกของแฟนเจ้าบ้านคือ “เสียโอกาส” มากกว่าอย่างชัดเจน

11 ตัวจริงและระบบการเล่น

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (4-2-3-1)

ตำแหน่ง รายชื่อ 11 ตัวจริง
GK M. Hermansen
DF A. Wan-Bissaka, K. Mavropanos, A. Disasi, E. Diouf
MF J. Bowen (C), S. Magassa, T. Soucek, M. Fernandes, C. Summerville
FW V. Castellanos

เวสต์แฮมในเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ วางโครงสร้าง 4-2-3-1 ที่พยายามใช้พลังของแดนกลางและความอันตรายจากด้านข้าง Bowen เป็นศูนย์กลางของการคุมจังหวะและการวางบอลในพื้นที่สุดท้าย ขณะที่ Soucek ช่วยเรื่องบอลสองและการสอดขึ้นไปลุ้นในกรอบเมื่อมีการครอส ส่วน Summerville ทำหน้าที่เป็นตัวสร้างความได้เปรียบด้วยการเลี้ยงกินตัวและการกระชากเข้าสู่พื้นที่อันตราย การมีผู้เล่นตัวใหญ่ในกรอบทำให้ลูกตั้งเตะเป็นอาวุธสำคัญ และการได้เตะมุมเยอะก็สะท้อนว่าเวสต์แฮมสามารถกดดันได้จริง เพียงแต่รายละเอียดในจังหวะสุดท้ายยังไม่ลงตัวจนเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้

บอร์นมัธ (4-2-3-1)

ตำแหน่ง รายชื่อ 11 ตัวจริง
GK D. Petrovic
DF A. Jiménez Sánchez, J. Hill, M. Senesi (C), A. Truffert
MF A. Scott, T. Adams, R. Simplício Rocha, E. Kroupi, A. Adli
FW Evanilson

บอร์นมัธในเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ ใช้ 4-2-3-1 ที่เน้นครองบอลและคุมจังหวะเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียบอลง่าย ๆ ในพื้นที่อันตราย Adams และ Scott ช่วยกันคุมแดนกลางและตัดเกม ทำให้ทีมเยือนรับมือแรงกดดันของเวสต์แฮมได้ดีขึ้นในครึ่งหลัง และสามารถพาเกมไปอยู่ในจังหวะที่ตัวเองถนัดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้จะครองบอลได้มากกว่า แต่เมื่อถึงพื้นที่สุดท้ายบอร์นมัธยังขาดความคม ทั้งการเลือกจ่าย การจบสกอร์ และการเข้าทำในกรอบที่ยังไม่ต่อเนื่องพอจะเป็นประตู ทำให้พวกเขาต้องอาศัยความเหนียวของ Petrovic และความมีวินัยเกมรับเป็นหลักเพื่อเก็บแต้มกลับบ้าน

นักเตะคนสำคัญ (Key Players)

ในฝั่งเวสต์แฮม เกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ ชื่อของ C. Summerville โดดเด่นที่สุดในแง่การสร้างโอกาส เขาเป็นคนที่ทำให้เกมริมเส้นมีชีวิต มีทั้งการเลี้ยงกินตัว การกระชากเปลี่ยนจังหวะ และการบังคับให้แนวรับต้องถอยลึกหรือดึงผู้เล่นมาช่วยซ้อน ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมเติมขึ้นมายิงหรือเข้าชาร์จได้บ่อยครั้ง Bowen ก็มีบทบาทสำคัญในฐานะคนคุมเกมและเปิดบอลอันตรายหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกตั้งเตะที่ทำให้แนวรับบอร์นมัธต้องลุ้นตลอด ส่วน Disasi มีจังหวะขึ้นโหม่งและเข้าชาร์จจากเตะมุมที่เกือบเปลี่ยนเป็นประตู หากจังหวะเหล่านั้นจบคมกว่านี้ เวสต์แฮมอาจเป็นฝ่ายคว้า 3 แต้มได้ตามภาพรวมโอกาสที่สร้างไว้

ฝั่งบอร์นมัธ คนที่เป็น “แมนออฟเดอะแมตช์” ของเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ คือ D. Petrovic แบบแทบไม่ต้องถกเถียง เพราะเขาเซฟแต้มได้ชัดเจนจากหลายจังหวะที่ควรเป็นประตูของเวสต์แฮม ทั้งลูกยิงในกรอบและลูกโหม่งจากลูกตั้งเตะที่ต้องอาศัยปฏิกิริยารวดเร็ว การยืนตำแหน่งของเขาช่วยให้ทีมเยือนไม่เสียทรง และทำให้แนวรับเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้ Adams และ Scott ยังมีส่วนสำคัญในการทำให้บอร์นมัธตั้งหลักได้ โดยช่วยตัดเกมและคุมกลางจนเวสต์แฮมไม่ได้เล่นง่ายเหมือนช่วงต้นเกม ส่วน Rayan ที่ลงมาช่วงท้ายสร้างอิมแพ็กต์ทันทีด้วยช็อตยิงชนเสา/คานที่เกือบเป็นประตูชัย เป็นจังหวะที่ทำให้เจ้าบ้านต้องใจหายและย้ำว่าเกมนี้ไม่ใช่ฝ่ายเดียวที่มีโอกาสชี้ขาด

สถิติหลังเกม (Post-match Stats)

สถิติ เวสต์แฮม บอร์นมัธ
ครองบอล 42% 58%
โอกาสยิง 20 10
ยิงเข้ากรอบ 3 5
เตะมุม 9 5
xG (โอกาสคาดหวัง) 2.87 0.65

ตัวเลขสถิติของเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ ช่วยยืนยันความรู้สึกของแฟนบอลได้ชัด โดยเวสต์แฮมมีโอกาสยิงมากถึง 20 ครั้งและมีค่า xG สูงถึง 2.87 ซึ่งบอกว่าพวกเขาสร้างโอกาสคุณภาพได้เยอะจริง ๆ แม้จะครองบอลเพียง 42% ก็ตาม ขณะที่บอร์นมัธครองบอล 58% และยิงเข้ากรอบมากกว่า แต่ xG เพียง 0.65 สะท้อนว่าโอกาสของทีมเยือนไม่ได้ใกล้เคียงการเป็นประตูบ่อยเท่าเวสต์แฮม นอกจากนี้จำนวนเตะมุมของเวสต์แฮมที่มากกว่า ยังชี้ว่าพวกเขากดดันได้ดีจากลูกตั้งเตะและลูกครอส เพียงแต่จบสกอร์ไม่ลงและเจอผู้รักษาประตูที่เหนียวจัดจนทำให้ทุกอย่างจบลงที่สกอร์ 0-0

บทสรุปโดยย่อ: 0-0 ที่เวสต์แฮมน่าเสียดายกว่า

บทสรุปของเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ คือเวสต์แฮมมีโอกาสชนะมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจำนวนโอกาสยิง ค่า xG และสถานการณ์ลุ้นประตูจากลูกตั้งเตะหลายครั้ง แต่ความคมหน้าประตูยังไม่พอที่จะปิดเกม และต้องเจอกับ Petrovic ที่เซฟสำคัญช่วยทีมเยือนไว้หลายจังหวะ ขณะที่บอร์นมัธคุมบอลได้ดีและมีวินัยเกมรับ แต่เมื่อถึงพื้นที่สุดท้ายยังไม่สามารถสร้างโอกาสคุณภาพได้สม่ำเสมอพอจะเป็นฝ่ายชนะ จึงเป็น 0-0 ที่ให้ความรู้สึกว่า “เวสต์แฮมเสียโอกาส” มากกว่า “บอร์นมัธพลาดชัย” อย่างชัดเจน

แม้จะไม่มีประตู แต่เกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ ยังมีหลายจังหวะที่ทำให้แฟนบอลลุ้นและเห็นภาพชัดว่าฟุตบอลบางครั้งถูกตัดสินด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจบสกอร์ที่เฉียบกว่าเพียงครั้งเดียว หรือการเซฟในจังหวะที่ต้องเป็นประตู ซึ่งเกมนี้ Petrovic ทำหน้าที่นั้นได้ยอดเยี่ยมจนกลายเป็นจุดชี้เกมจริง ๆ ขณะเดียวกัน เวสต์แฮมก็ได้ภาพรวมที่ดีจากการสร้างโอกาสและการเล่นลูกตั้งเตะ เพียงแต่ต้องกลับไปแก้เรื่องการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตู เพราะเมื่อสร้างได้มากแล้วแต่ยังยิงไม่ได้ เกมก็มีโอกาสจบลงด้วยความเสียดายเช่นนี้อีกครั้ง

FAQ คำถามที่พบบ่อยจากเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ

Q1: ทำไมเกมจบ 0-0 ทั้งที่เวสต์แฮมยิงเยอะ?

เกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ เวสต์แฮมมีโอกาสเยอะจริง แต่ความเฉียบคมหน้าประตูยังไม่พอ หลายจังหวะถูกบล็อกหรือจบไม่คม และที่สำคัญคือ Petrovic ผู้รักษาประตูบอร์นมัธเซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงในกรอบและลูกโหม่งจากลูกตั้งเตะที่เกือบเป็นประตู จึงทำให้เกมจบลงแบบไร้สกอร์แม้เจ้าบ้านจะสร้างโอกาสได้มากกว่า

Q2: จุดเด่นของบอร์นมัธในเกมนี้คืออะไร?

จุดเด่นของบอร์นมัธในเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ คือการคุมบอลและวินัยเกมรับ พวกเขาครองบอลได้มากกว่าและพยายามคุมจังหวะไม่ให้เกมไหลตามแรงกดดันของเจ้าบ้าน อีกทั้งการยืนตำแหน่งในกรอบและการป้องกันลูกตั้งเตะทำได้ดีมาก เมื่อรวมกับฟอร์มเซฟของ Petrovic ทำให้ทีมเยือนสามารถเก็บ 1 แต้มกลับบ้านได้สำเร็จ

Q3: มีจุดโทษหรือใบแดงไหม?

เกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ ไม่มีจุดโทษเกิดขึ้น และไม่มีเหตุการณ์ใบแดงที่เป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ของเกม ความตึงเครียดจึงอยู่ที่การจบสกอร์และการเซฟมากกว่า ไม่ใช่การตัดสินจากจังหวะโทษหรือเหตุการณ์วินัยที่ทำให้รูปเกมพลิกแบบฉับพลัน

Q4: ใครเด่นสุดในสนาม?

หากเลือกคนเด่นของเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ ฝั่งบอร์นมัธต้องยกให้ Petrovic ที่เซฟแต้มแบบชัดเจน ส่วนฝั่งเวสต์แฮม Summerville โดดเด่นในฐานะตัวสร้างความปั่นป่วน เลี้ยงกินตัวและสร้างโอกาสให้ทีมได้ลุ้นหลายครั้ง นอกจากนี้ Bowen และ Disasi ก็มีบทบาทกับลูกตั้งเตะและจังหวะเข้าทำที่เกือบเปลี่ยนเป็นประตูเช่นกัน

โปรแกรมนัดถัดไปของทั้งสองทีม

ทีม คู่แข่ง สนาม วันที่
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล เยือน 28 ก.พ. 2026
บอร์นมัธ ซันเดอร์แลนด์ เหย้า 28 ก.พ. 2026

หลังจบเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ เวสต์แฮมต้องเตรียมตัวสำหรับโปรแกรมหนักด้วยการออกไปเยือนลิเวอร์พูลในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นเกมที่ต้องใช้ทั้งวินัยเกมรับและความคมในจังหวะสวนกลับให้มาก เพราะโอกาสในเกมใหญ่ไม่มาให้ยิงง่าย ๆ ขณะที่บอร์นมัธจะกลับไปเล่นในบ้านพบซันเดอร์แลนด์ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เช่นกัน โดยผลเสมอนัดนี้น่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านเกมรับและการคุมจังหวะ แต่โจทย์สำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายให้มากขึ้น เพื่อเปลี่ยนการครองบอลเป็นสกอร์และโอกาสเก็บชัยชนะในนัดต่อ ๆ ไป

สรุปแล้ว เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 บอร์นมัธ เป็นเกมที่ไม่มีประตู แต่มีหลายองค์ประกอบให้พูดถึง ทั้งจำนวนโอกาสที่เวสต์แฮมสร้างได้ ค่า xG ที่สูงผิดจากผลสกอร์ และการเซฟระดับตัดสินแต้มของ Petrovic รวมถึงความปั่นป่วนที่ Summerville สร้างให้เกมรุกเจ้าบ้าน เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน มันจึงเป็น 0-0 ที่ไม่ได้แปลว่าไม่มีความมันส์ เพียงแต่ฟุตบอลวันนั้นเลือกให้ “ความเหนียวของผู้รักษาประตู” และ “ความไม่คมของเกมรุก” เป็นตัวกำหนดเรื่องราว และทำให้ทั้งสองทีมได้เพียงแต้มเดียวพร้อมคลีนชีตกลับบ้าน