ศึกมวยไทย 7 สี เป็นรายการแข่งขันมวยไทยที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในวงการกีฬามวยไทยของประเทศไทย รายการนี้จัดการแข่งขันเป็นประจำทุกวันอาทิตย์และถ่ายทอดสดจากเวทีมวยช่อง 7 สี ซึ่งเป็นเวทีที่มีชื่อเสียงและเป็นศูนย์รวมของนักมวยฝีมือดีจากหลายค่ายทั่วประเทศ สำหรับการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 ครั้งนี้ มีการจัดคู่มวยทั้งหมด 6 คู่ โดยนักมวยแต่ละคนต่างผ่านการชั่งน้ำหนักตามพิกัดที่กำหนดก่อนขึ้นชก ทำให้แฟนมวยสามารถติดตามความพร้อมของนักชกแต่ละฝ่ายได้อย่างชัดเจนก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น

การแข่งขันในรายการนี้เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แฟนมวยจำนวนมากรอคอยเพื่อรับชมการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและดุเดือด นักมวยที่ขึ้นเวทีในรายการนี้ล้วนเป็นนักชกที่มีฝีมือและมีสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกัน ทั้งสายบู๊ที่เน้นการเดินหน้าแลกอาวุธอย่างหนักหน่วง และสายฝีมือที่ใช้เทคนิคการออกอาวุธอย่างแม่นยำและมีชั้นเชิง ทำให้การแข่งขันในแต่ละคู่มีความสนุกและคาดเดาผลได้ยาก

โปรแกรมมวยศึกมวยไทย 7 สี วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 ตารางคู่มวย เวทีมวยช่อง 7 สี

ตารางโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี

การแข่งขันในรายการนี้ประกอบด้วยนักมวยจากหลายค่ายที่มีชื่อเสียงในวงการมวยไทย แต่ละคู่ถูกจัดขึ้นอย่างเหมาะสมตามพิกัดน้ำหนักและประสบการณ์ของนักมวย เพื่อให้การแข่งขันมีความสมดุลและสนุกสำหรับผู้ชม ตารางด้านล่างแสดงรายละเอียดโปรแกรมการแข่งขันพร้อมข้อมูลผลการชั่งน้ำหนักของนักมวยก่อนขึ้นเวที

คู่ที่ ฝ่ายแดง ชั่งได้ ฝ่ายน้ำเงิน ชั่งได้ พิกัด
1 วุฒิเดช ศ.เดชดำรงค์ 116.0 แสงพนม ผดุงชัยมวยไทยยิม 116.0 116
2 ยอดกัณฑ์ ช้างนครศรี 116.2 ชาริโต้ ลานนาวอเตอร์ไซด์ 116.0 116
3 เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม 138.0 มงคลเดชเล็ก พ.พิมพ์อร 138.0 138
4 วุฒิกร สวนน้ำธารคีรี 124.0 อรรถชัย ป.ประจันศรีกีล่าสปอร์ต 124.0 124
5 นิวเคลียร์ ป.ที่ดิน 113.0 นำขบวน ศิษย์ศรายุ 113.0 113
6 เพชรภูเงิน พิมพ์นารามวยไทย 104.0 ทศกัณฑ์ ส.ศักดิ์สมบูรณ์ 104.0 104

รายละเอียดการแข่งขัน ศึกมวยไทย 7 สี

วันและเวลาแข่งขัน

การแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 โดยเริ่มชกตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รายการมวยไทย 7 สีจัดแข่งขันเป็นประจำทุกสัปดาห์ การแข่งขันในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่แฟนมวยทั่วประเทศนิยมติดตามชมผ่านการถ่ายทอดสดและการเข้าชมในสนาม เนื่องจากเป็นรายการที่มีการจัดคู่มวยคุณภาพและมีมาตรฐานการแข่งขันที่ชัดเจน

สถานที่จัดการแข่งขัน

เวทีมวยช่อง 7 สี เป็นสนามมวยที่มีชื่อเสียงในวงการมวยไทยและเป็นสถานที่จัดการแข่งขันของรายการนี้มาอย่างยาวนาน สนามแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างนักมวยชื่อดังหลายคนให้ก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของประเทศ บรรยากาศการแข่งขันภายในสนามเต็มไปด้วยความคึกคักจากแฟนมวยที่เข้ามาชมการแข่งขันอย่างใกล้ชิด ทำให้ทุกไฟต์มีความตื่นเต้นและเร้าใจตลอดการแข่งขัน

ผลชั่งน้ำหนักนักมวยก่อนการแข่งขัน

คู่ที่ 1 วุฒิเดช พบ แสงพนม

คู่เปิดรายการเป็นการพบกันระหว่างวุฒิเดช ศ.เดชดำรงค์ และแสงพนม ผดุงชัยมวยไทยยิม ในพิกัด 116 ปอนด์ โดยนักมวยทั้งสองฝ่ายชั่งน้ำหนักได้ตรงตามพิกัดที่กำหนด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทั้งสองฝ่ายก่อนขึ้นเวที การแข่งขันในพิกัดนี้มักมีจังหวะการออกอาวุธที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ทำให้เกมการชกมีความสนุกตั้งแต่ยกแรก

คู่ที่ 2 ยอดกัณฑ์ พบ ชาริโต้

ยอดกัณฑ์ ช้างนครศรี ชั่งน้ำหนักได้ 116.2 ปอนด์ ซึ่งเกินพิกัดเล็กน้อย ขณะที่ชาริโต้ ลานนาวอเตอร์ไซด์ ชั่งได้ตรงตามพิกัด 116 ปอนด์ ความแตกต่างของน้ำหนักอาจมีผลต่อพละกำลังในช่วงท้ายของการแข่งขัน แต่ทั้งสองฝ่ายต่างมีสไตล์การชกที่แข็งแกร่ง ทำให้ไฟต์นี้มีโอกาสเป็นอีกหนึ่งคู่ที่สนุกของรายการ

คู่ที่ 3 เพชรสมุย พบ มงคลเดชเล็ก

การแข่งขันในพิกัด 138 ปอนด์ เป็นการพบกันระหว่างเพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม และมงคลเดชเล็ก พ.พิมพ์อร โดยทั้งสองฝ่ายชั่งน้ำหนักได้ตรงตามพิกัด ทำให้การแข่งขันมีความสูสีและต้องอาศัยทั้งพละกำลังและเทคนิคในการต่อสู้ นักมวยในพิกัดนี้มักมีทั้งความแข็งแกร่งและความทนทาน ทำให้เกมการแข่งขันมีความดุเดือด

คู่ที่ 4 วุฒิกร พบ อรรถชัย

วุฒิกร สวนน้ำธารคีรี พบกับ อรรถชัย ป.ประจันศรีกีล่าสปอร์ต ในพิกัด 124 ปอนด์ โดยทั้งสองฝ่ายชั่งน้ำหนักได้ตรงตามพิกัดเช่นกัน การแข่งขันในรุ่นนี้มักเน้นการออกอาวุธที่หนักและมีจังหวะการแลกหมัด เตะ และศอกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้การแข่งขันมีความตื่นเต้นตลอดทั้งไฟต์

คู่ที่ 5 นิวเคลียร์ พบ นำขบวน

นิวเคลียร์ ป.ที่ดิน และนำขบวน ศิษย์ศรายุ ชั่งน้ำหนักได้ตรงตามพิกัด 113 ปอนด์ นักมวยในพิกัดนี้มักมีความคล่องตัวสูงและสามารถออกอาวุธได้รวดเร็ว การแข่งขันจึงมักเต็มไปด้วยจังหวะการแลกอาวุธที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ทำให้แฟนมวยได้เห็นเกมการชกที่มีสีสัน

คู่ที่ 6 เพชรภูเงิน พบ ทศกัณฑ์

คู่สุดท้ายของรายการเป็นการพบกันระหว่างเพชรภูเงิน พิมพ์นารามวยไทย และทศกัณฑ์ ส.ศักดิ์สมบูรณ์ ในพิกัด 104 ปอนด์ โดยทั้งสองฝ่ายชั่งน้ำหนักได้ตรงตามพิกัด การแข่งขันในรุ่นเล็กมักมีจังหวะการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วและการออกอาวุธที่แม่นยำ ทำให้ไฟต์ปิดท้ายรายการมีโอกาสสร้างความประทับใจให้กับแฟนมวย

ภาพรวมการแข่งขันของรายการ

การแข่งขันในรายการศึกมวยไทย 7 สี ครั้งนี้มีการจัดคู่มวยที่มีความสมดุลทั้งในด้านพิกัดน้ำหนักและประสบการณ์ของนักมวย ทำให้แต่ละไฟต์มีความสูสีและมีโอกาสสร้างความสนุกให้กับผู้ชมได้ตลอดการแข่งขัน นักมวยแต่ละคนต่างมีจุดเด่นและสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้การแข่งขันมีความหลากหลายและคาดเดาผลได้ยาก

สำหรับแฟนมวยที่ติดตามรายการ ศึกมวยไทย 7 สี มาอย่างต่อเนื่อง รายการนี้ยังคงเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยผลักดันนักมวยไทยให้ได้แสดงศักยภาพและสร้างชื่อเสียงในวงการกีฬามวยไทย การแข่งขันในแต่ละสัปดาห์ไม่เพียงแต่เป็นการชิงชัยเพื่อชัยชนะเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่ช่วยพัฒนาฝีมือของนักมวยรุ่นใหม่และรักษามาตรฐานของกีฬามวยไทยให้คงอยู่ต่อไป