ศึกจ้าวมวยไทย ในวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 ถือเป็นหนึ่งในรายการมวยไทยช่วงกลางวันที่แฟนมวยให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยรูปแบบการแข่งขันที่เน้นมวยอาชีพแท้ มีทั้งมวยเชิง มวยบู๊ และมวยพลังผสมผสานกันอย่างลงตัว การแข่งขันจัดขึ้น ณ เวทีสยามอ้อมน้อย ซึ่งเป็นเวทีที่มีเอกลักษณ์ด้านการให้คะแนนและบรรยากาศการชกที่กดดัน นักมวยที่ขึ้นเวทีอ้อมน้อยจำเป็นต้องแสดงความชัดเจนของอาวุธ การคุมพื้นที่ และการปิดยกอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เช่นนั้นอาจเสียคะแนนได้ง่ายแม้จะออกอาวุธมากกว่าก็ตาม

การวิเคราะห์มวยในศึกจ้าวมวยไทย ครั้งนี้จึงต้องอาศัยข้อมูลหลายด้านประกอบกัน ไม่ใช่เพียงดูชื่อชั้นหรือน้ำหนักตัวบนตาชั่ง แต่ต้องพิจารณาถึงสภาพร่างกายจริงในวันชก ความแตกต่างของพิกัดน้ำหนัก รูปแบบการชก และแนวโน้มแทคติกที่นักมวยแต่ละคนถนัด บทความนี้จะพาผู้อ่านไล่เรียงตั้งแต่ภาพรวมของรายการ ตารางโปรแกรมการแข่งขัน ไปจนถึงการวิเคราะห์รายคู่แบบละเอียด เพื่อช่วยให้การติดตามศึกจ้าวมวยไทย สนุกและเข้าใจเกมบนเวทีมากยิ่งขึ้น

วิเคราะห์มวย ศึกจ้าวมวยไทย วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 เจาะลึกทุกคู่บนเวทีอ้อมน้อย

รายละเอียดการแข่งขัน ศึกจ้าวมวยไทย ประจำวันเสาร์นี้

ศึกจ้าวมวยไทย ประจำวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 เริ่มทำการแข่งขันตั้งแต่เวลา 12.15 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับแฟนมวยที่ต้องการรับชมมวยไทยแบบต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางวัน รูปแบบของรายการเน้นความเข้มข้นในทุกคู่ ไม่มีไฟท์ที่วางมาแบบเป็นรองชัดเจน ทำให้ทุกคู่มีความหมายในเชิงการแข่งขัน นักมวยแต่ละคนต้องชกด้วยความรัดกุม เพราะเวทีอ้อมน้อยขึ้นชื่อเรื่องการให้คะแนนที่ดู “ผลลัพธ์ของอาวุธ” มากกว่าความดุดันเพียงอย่างเดียว การออกอาวุธที่เข้าเป้า ชัดเจน และทำให้คู่ต่อสู้เสียทรง จึงมีค่าน้ำหนักต่อคะแนนอย่างมาก


ตารางโปรแกรมการแข่งขัน ศึกจ้าวมวยไทย

คู่ที่ ฝ่ายแดง พิกัด ชั่งจริง ฝ่ายน้ำเงิน พิกัด ชั่งจริง
1 เสรีภาพ สวนอาหารปีกไม้ 101.0 101.0 อรรถพลเล็ก สวนจากคาเฟ่ 102.0 102.0
2 บุญชู ส.บุญมีฤทธิ์ 130.0 130.0 เหนือเพชร ทีเด็ด99 130.0 130.0
3 พันลำ ส.สมหมาย 116.0 116.2 สี่พลัง ส.สละชีพ 116.0 116.0
4 เพชรอนุวัฒน์ เอส.เค.วาย.มวยไทยยิมส์ 112.0 112.2 เข้ม ส.มนต์พิชิต 112.0 110.4
5 เทพสั่งปราบ แกวินมวยไทย 134.0 133.8 เพชรสีหมอก ศักดิ์อินเตอร์ 132.0 130.2

 


วิเคราะห์รายคู่ ศึกจ้าวมวยไทย

คู่ที่ 1 พิกัด 101–102 ปอนด์

เสรีภาพ สวนอาหารปีกไม้ พบ อรรถพลเล็ก สวนจากคาเฟ่

ไฟท์เปิดรายการของศึกจ้าวมวยไทย คู่นี้เป็นมวยพิกัดเบาที่เน้นความเร็วและความแม่นยำเป็นหลัก เสรีภาพชั่งได้ตรงพิกัด 101 ปอนด์ แสดงถึงสภาพร่างกายที่พร้อมและไม่เสียแรงจากการลดน้ำหนัก ขณะที่อรรถพลเล็กก็ชั่งได้ตรงพิกัด 102 ปอนด์เช่นกัน ทำให้เกมมีแนวโน้มออกมาเร็วตั้งแต่ต้นยก รูปเกมน่าจะเป็นการชิงจังหวะ เตะคุมระยะ และออกอาวุธแบบฉาบฉวย ใครที่พลาดจังหวะเพียงเล็กน้อยอาจโดนสวนจนเสียคะแนนได้ทันที การปิดยกด้วยลูกเตะหรือหมัดที่เข้าเป้าอย่างชัดเจนจะมีผลอย่างมากต่อการให้คะแนนในคู่นี้

คู่ที่ 2 พิกัด 130 ปอนด์

บุญชู ส.บุญมีฤทธิ์ พบ เหนือเพชร ทีเด็ด99

คู่นี้ถือเป็นหนึ่งในคู่ที่สูสีที่สุดของศึกจ้าวมวยไทย เพราะทั้งสองฝ่ายชั่งได้ตรงพิกัด 130 ปอนด์เท่ากัน บุญชูเป็นมวยที่ชกมีระบบ ใช้การคุมจังหวะและการออกอาวุธเป็นชุดอย่างมีวินัย ส่วนเหนือเพชรเป็นมวยที่มีความแข็งแรง อาวุธหนัก และกล้าเปิดเกมเมื่อเห็นช่อง เกมในคู่นี้น่าจะออกมาในรูปแบบมวยเชิงผสมมวยบู๊ วัดกันที่ความนิ่งและการตัดสินใจช่วงปลายยก หากฝ่ายใดสามารถคุมพื้นที่กลางเวทีและปิดยกได้ชัดเจน จะมีโอกาสเก็บคะแนนสะสมอย่างต่อเนื่อง

คู่ที่ 3 พิกัด 116 ปอนด์

พันลำ ส.สมหมาย พบ สี่พลัง ส.สละชีพ

พันลำชั่งเกินพิกัดเล็กน้อยที่ 116.2 ปอนด์ ขณะที่สี่พลังชั่งได้ตรงพิกัด 116 ปอนด์ ความแตกต่างนี้อาจส่งผลให้พันลำได้เปรียบด้านแรงปะทะเล็กน้อย โดยเฉพาะในจังหวะแลกกลางเวที ส่วนสี่พลังจะได้เปรียบด้านความสมดุลและการเคลื่อนที่ เกมในคู่นี้น่าจะเป็นการวัดกันระหว่างแรงกับจังหวะ หากพันลำสามารถเดินกดดันและใช้พละกำลังบีบให้สี่พลังถอยติดเชือกได้ จะสร้างความได้เปรียบด้านคะแนน แต่หากสี่พลังใช้ฟุตเวิร์กและสวนคมได้ต่อเนื่อง เกมอาจพลิกออกมาอย่างสูสีจนตัดสินกันที่ปลายยก

คู่ที่ 4 พิกัด 112 ปอนด์

เพชรอนุวัฒน์ เอส.เค.วาย.มวยไทยยิมส์ พบ เข้ม ส.มนต์พิชิต

คู่นี้เป็นคู่ที่มีความแตกต่างด้านน้ำหนักชัดเจน เพชรอนุวัฒน์ชั่งเกินพิกัดเล็กน้อยที่ 112.2 ปอนด์ ขณะที่เข้มชั่งได้เพียง 110.4 ปอนด์ ซึ่งขาดพิกัดค่อนข้างมาก ความแตกต่างนี้ส่งผลต่อรูปเกมอย่างชัดเจน ฝ่ายแดงน่าจะได้เปรียบด้านพละกำลังและแรงปะทะ ขณะที่ฝ่ายน้ำเงินต้องอาศัยความเร็ว การเข้าออกไว และการเลือกจังหวะสวนที่แม่นยำ หากเข้มสามารถหลีกเลี่ยงการยืนแลกตรง ๆ และเน้นการชกแบบฉาบฉวย เกมจะยังสูสี แต่ถ้าโดนบีบเข้าวงในบ่อยครั้ง อาจเสียเปรียบด้านคะแนนอย่างเห็นได้ชัด

คู่ที่ 5 พิกัด 132–134 ปอนด์

เทพสั่งปราบ แกวินมวยไทย พบ เพชรสีหมอก ศักดิ์อินเตอร์

คู่ปิดท้ายของศึกจ้าวมวยไทย เป็นไฟท์ที่มีความต่างด้านพิกัดและน้ำหนักจริงค่อนข้างชัด เทพสั่งปราบชั่งได้ 133.8 ปอนด์ ใกล้เคียงพิกัด 134 ปอนด์ แสดงถึงความพร้อมด้านร่างกายและการยืนระยะ ส่วนเพชรสีหมอกชั่งได้เพียง 130.2 ปอนด์ ซึ่งขาดจากพิกัดถึงเกือบ 2 ปอนด์ เกมในคู่นี้น่าจะเป็นการวัดกันระหว่างแรงปลายกับความคล่อง ฝ่ายแดงมีโอกาสกดดันและใช้พลังในช่วงกลางถึงปลายยก ขณะที่ฝ่ายน้ำเงินต้องเร่งเก็บคะแนนตั้งแต่ต้นยกด้วยความเร็วและความคม หากเกมยืดเยื้อ ความได้เปรียบอาจเทไปทางฝั่งที่ยังรักษาแรงและความนิ่งได้ดีกว่า


ภาพรวมเชิงแทคติกของศึกจ้าวมวยไทย

เมื่อมองภาพรวมของศึกจ้าวมวยไทย รายการนี้ จะเห็นได้ว่ามีความหลากหลายทั้งด้านพิกัดน้ำหนักและรูปแบบการชก ตั้งแต่มวยพิกัดเบาที่เน้นความเร็ว ไปจนถึงมวยพิกัดใหญ่ที่ต้องอาศัยแรงปะทะและการยืนระยะ ตัวเลขชั่งน้ำหนักเป็นเพียงข้อมูลตั้งต้นในการอ่านเกม แต่สิ่งที่ชี้ขาดผลการแข่งขันจริงคือคุณภาพของอาวุธ การคุมพื้นที่ และภาพการปิดยกที่ชัดเจน นักมวยที่สามารถสร้างผลลัพธ์ให้เห็นเป็นรูปธรรมมากกว่า มักจะได้รับการให้คะแนนที่เหนือกว่าในเวทีอ้อมน้อย

ศึกจ้าวมวยไทย วันเสาร์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งรายการที่สะท้อนเสน่ห์ของมวยไทยอย่างครบถ้วน ทั้งด้านศิลปะการต่อสู้ แทคติก และความแข็งแกร่งของร่างกาย หากแฟนมวยติดตามด้วยความเข้าใจในองค์ประกอบเหล่านี้ จะสามารถรับชมการแข่งขันได้อย่างสนุก เข้มข้น และอ่านเกมได้ลึกยิ่งขึ้นตั้งแต่คู่แรกจนถึงคู่สุดท้าย


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศึกจ้าวมวยไทย

1. ศึกจ้าวมวยไทย แข่งขันวันไหน และเริ่มชกกี่โมง?

2. ศึกจ้าวมวยไทย จัดการแข่งขันที่เวทีใด?

3. การชั่งน้ำหนักมีผลต่อผลการแข่งขันมากแค่ไหน?

4. คู่ไหนของศึกจ้าวมวยไทยที่ถือว่าสูสีที่สุด?

5. เวทีอ้อมน้อยให้ความสำคัญกับการให้คะแนนแบบใด?

6. ควรดูศึกจ้าวมวยไทยอย่างไรให้สนุกและอ่านเกมได้ลึก?