โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย ประจำวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 จัดการแข่งขันที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อย เริ่มเวลา 12.15 น. เป็นช่วงเวลาที่แฟนมวยจำนวนมากนิยมติดตาม เพราะได้ดูเกมมวยต่อเนื่องแบบกระชับและเห็นความหลากหลายของพิกัดในวันเดียว บทความนี้สรุปโปรแกรมให้ครบทุกคู่ตามข้อมูลที่ประกาศ พร้อมพิกัดและผลชั่งน้ำหนักแยกมุมแดงกับมุมน้ำเงิน เพื่อให้คุณเช็กข้อมูลก่อนเริ่มรายการได้ง่าย และใช้เป็นจุดสังเกตระหว่างชมการแข่งขันจริงบนเวทีได้อย่างเป็นระบบ
สรุปข้อมูลรายการแบบรวดเร็ว
โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 แข่งขันที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อย เริ่มเวลา 12.15 น. ในวันนี้มีทั้งหมด 4 คู่ โดยมีทั้งไฟต์ที่พิกัดเท่ากันและไฟต์ที่มีสถานะชั่งเกินหรือขาดพิกัดอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้ผู้ชมสามารถเลือกโฟกัสได้ตามความชอบ บางคนชอบดูคู่ที่ชั่งตามพิกัดทั้งสองฝ่ายเพื่อวัดกันที่รูปเกมล้วน ๆ ขณะที่บางคนชอบดูคู่ที่มีภาระต้องลดหรือขาดพิกัดเพื่อจับตาความสดและการเดินเกมตั้งแต่ต้นยก โดยหน้านี้รวบรวมข้อมูลให้ครบเพื่อใช้อ่านก่อนเริ่มรายการได้ทันที
วันแข่งขัน: วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568
สถานที่: เวทีมวยสยามอ้อมน้อย
เวลาเริ่มแข่งขัน: 12.15 น.
จำนวนคู่: 4 คู่
ข้อมูลประกอบ: พิกัดและผลชั่งน้ำหนักแยกมุมแดง/มุมน้ำเงินครบทุกคู่
ไฮไลต์จากผลชั่งน้ำหนัก (จุดที่ควรจับตา)
ภาพรวมของโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันนี้มีคู่ที่ชั่งเกินพิกัดและต้องลดหลายจุด โดยคู่ที่ 1 ฝั่งมุมน้ำเงินยอดบุญนำชั่งได้ 118.2 เกินพิกัด 0.2 ขณะที่มุมแดงฉลามเงินชั่งได้ตามพิกัด ทำให้ไฟต์นี้มีตัวแปรฝั่งน้ำเงินเล็กน้อย คู่ที่ 2 ฝั่งมุมแดงเบอร์หนึ่งชั่งได้ 116.2 เกิน 0.2 ส่วนมุมน้ำเงินฉลามทองชั่งได้ตามพิกัด และคู่ที่ 3 ถือเป็นประเด็นเด่นเพราะมุมน้ำเงินคิวทองชั่งได้ 131.6 เกินพิกัด 1.6 ซึ่งเป็นตัวเลขเกินที่สูงที่สุดของรายการวันนี้ และคู่ที่ 4 มุมแดงยอดตะวันฉายชั่งได้ 106.6 เกิน 0.6 ทำให้หลายไฟต์น่าดูว่าหลังจัดการน้ำหนักแล้วใครจะยังออกอาวุธได้ต่อเนื่องและยืนระยะได้ดีในยกกลางถึงยกท้าย
นอกจากฝั่งที่ชั่งเกินแล้ว โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย ยังมีไฟต์ที่ขาดพิกัดอย่างชัดเจนคือคู่ที่ 4 มุมน้ำเงินเข้าล้านเล็กชั่งได้ 105.4 ขาดพิกัด 0.6 ตามพิกัด 106 ซึ่งเป็นตัวเลขขาดที่มากพอให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่าฝั่งน้ำเงินอาจเน้นความไว การเข้าออกระยะ และการชิงจังหวะในช่วงต้นยก ขณะที่ฝั่งแดงต้องลด 0.6 จึงน่าดูว่าเมื่อขึ้นชกจริงฝ่ายไหนจะคุมเกมและคุมระยะได้ก่อน โดยรวมแล้ววันนี้มีทั้งคู่ที่ชั่งตามพิกัดและคู่ที่มีตัวแปรเรื่องน้ำหนัก ทำให้การติดตามรายการสนุกได้จากหลายมุมมองในหน้าเดียว
ตารางรวมโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย (พิกัด + ผลชั่งน้ำหนักครบทุกคู่)
ตารางรวมด้านล่างสรุปโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย ครบทั้ง 4 คู่ โดยแยกมุมแดงและมุมน้ำเงิน พร้อมพิกัด ผลชั่งได้ และสถานะน้ำหนักแบบชัดเจนเพื่อให้คุณสแกนดูได้รวดเร็ว หากต้องการโฟกัสไฟต์ที่มีตัวแปรเรื่องน้ำหนักมากเป็นพิเศษ สามารถดูที่คอลัมน์สถานะซึ่งระบุว่าชั่งตามพิกัด เกินพิกัดต้องลด หรือขาดพิกัดได้ทันที เมื่ออ่านตารางรวมจบ คุณจะเห็นภาพรวมทั้งรายการก่อนเริ่มเวลา 12.15 น. และสามารถเลื่อนลงไปอ่านรายละเอียดรายคู่พร้อมตารางเฉพาะคู่เพื่อทำความเข้าใจแต่ละไฟต์ให้ลึกขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
| คู่ | มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ฉลามเงิน ศิษย์ฉลามขาว | 118 | ตามพิกัด | ตามพิกัด | ยอดบุญนำ ช.ห้าพยัคฆ์ | 118 | 118.2 | เกิน 0.2 ต้องลด |
| 2 | เบอร์หนึ่ง ส.สละชีพ | 116 | 116.2 | เกิน 0.2 ต้องลด | ฉลามทอง ศิษย์ฉลามขาว | 116 | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
| 3 | บุญโชติ ส.บุญมีฤทธิ์ | 130 | ตามพิกัด | ตามพิกัด | คิวทอง พีเคดี.มวยไทย | 130 | 131.6 | เกิน 1.6 ต้องลด |
| 4 | ยอดตะวันฉาย สิงห์จตุรัส | 106 | 106.6 | เกิน 0.6 ต้องลด | เข้าล้านเล็ก ศิษย์ขุนทัพ | 106 | 105.4 | ขาด 0.6 |
รายละเอียดโปรแกรมรายคู่ (ทุกคู่มีตารางประกอบ)
ต่อไปเป็นรายละเอียดโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย แบบแยกทีละคู่เพื่อให้เห็นข้อมูลชัดขึ้น โดยทุกไฟต์จะมีตารางเฉพาะคู่แสดงชื่อมุมแดงและมุมน้ำเงิน พิกัด ผลชั่ง และสถานะน้ำหนักอย่างละเอียด พร้อมคำอธิบายเชิงจุดสังเกตที่ช่วยให้คนดูติดตามได้สนุกขึ้น เช่น คู่ไหนเป็นฝ่ายชั่งเกินพิกัดและต้องลดจึงควรจับตาความสดในยกกลาง หรือคู่ไหนขาดพิกัดและอาจเน้นการชิงจังหวะต้นยกมากขึ้น เมื่อคุณไล่อ่านครบทั้ง 4 คู่จะเห็นภาพรวมรายการได้ทั้งแบบสรุปและแบบละเอียดในหน้าเดียว พร้อมใช้งานบนหน้าเว็บไซต์ WordPress ได้ทันที
คู่ที่ 1 ฉลามเงิน ศิษย์ฉลามขาว vs ยอดบุญนำ ช.ห้าพยัคฆ์ (พิกัด 118)
คู่ที่ 1 โดยมุมแดง ฉลามเงิน ศิษย์ฉลามขาว ชั่งได้ตามพิกัด ขณะที่มุมน้ำเงิน ยอดบุญนำ ช.ห้าพยัคฆ์ ชั่งได้ 118.2 เกินพิกัด 0.2 และต้องลดก่อนขึ้นชกจริง แม้ตัวเลขเกินจะไม่มากแต่ก็เป็นจุดสังเกตได้ว่าในช่วงต้นเกมฝั่งน้ำเงินจะออกมาเร็วและรักษาจังหวะได้ดีเพียงใด ส่วนฝั่งแดงที่ชั่งตามพิกัดมีโอกาสคุมเกมด้วยความนิ่งและความต่อเนื่องของอาวุธ หากทำแต้มได้ชัดตั้งแต่ยกแรกจะช่วยสร้างภาพรวมคะแนนให้ได้เปรียบตั้งแต่ต้นรายการ
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ฉลามเงิน ศิษย์ฉลามขาว | 118 | ตามพิกัด | ตามพิกัด | ยอดบุญนำ ช.ห้าพยัคฆ์ | 118 | 118.2 | เกิน 0.2 ต้องลด |
จุดที่ควรดูในคู่นี้คือความชัดของอาวุธและการปิดท้ายยก เพราะเมื่อผลชั่งต่างกันเล็กน้อย เกมมักตัดสินกันที่รายละเอียดมากกว่าแรงปะทะล้วน ๆ หากฉลามเงินออกอาวุธนำและคุมระยะได้ต่อเนื่อง จะทำให้ยอดบุญนำต้องเร่งหาจังหวะทำแต้มและอาจเปิดช่องให้เกิดจังหวะสวนที่เห็นภาพชัด ขณะเดียวกันหากยอดบุญนำลดแล้วออกมาสดและเดินเกมได้เร็ว การชิงจังหวะต้นยกจะสนุกขึ้นทันที เพราะทั้งสองฝ่ายต้องทำให้ภาพอาวุธเข้าเป้า “ชัด” เพื่อชิงความได้เปรียบตั้งแต่ยกแรกและรักษาคะแนนไปจนถึงยกท้าย
คู่ที่ 2 เบอร์หนึ่ง ส.สละชีพ vs ฉลามทอง ศิษย์ฉลามขาว (พิกัด 116)
คู่ที่ 2 อยู่พิกัด 116 โดยมุมแดง เบอร์หนึ่ง ส.สละชีพ ชั่งได้ 116.2 เกินพิกัด 0.2 และต้องลดก่อนขึ้นชกจริง ขณะที่มุมน้ำเงิน ฉลามทอง ศิษย์ฉลามขาว ชั่งได้ตามพิกัด ทำให้ไฟต์นี้มีภาพคล้ายคู่แรกแต่สลับฝั่งคือแดงต้องลดและน้ำเงินชั่งตามพิกัด คนดูจึงมักจับตาว่าหลังลดแล้วฝั่งแดงจะยังออกอาวุธได้คมและต่อเนื่องแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อยกกลางเริ่มใช้พลังมากขึ้น หากฝั่งน้ำเงินคุมจังหวะได้ตั้งแต่ต้นก็มีโอกาสสะสมคะแนนแบบค่อยเป็นค่อยไปและทำให้เกมเข้มข้นมากขึ้นในช่วงยกสามยกสี่
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เบอร์หนึ่ง ส.สละชีพ | 116 | 116.2 | เกิน 0.2 ต้องลด | ฉลามทอง ศิษย์ฉลามขาว | 116 | ตามพิกัด | ตามพิกัด |
การดูคู่นี้ให้เห็นภาพควรสังเกตการคุมพื้นที่และการทำแต้มให้ชัดในแต่ละยก โดยเฉพาะการออกอาวุธนำอย่างเตะนำลำตัวหรือถีบคุมระยะที่ทำให้คู่ชกเสียจังหวะ เพราะเป็นอาวุธที่ทำให้คะแนน “ไหล” ได้ต่อเนื่อง หากฉลามทองที่ชั่งตามพิกัดเริ่มเกมนิ่งและคุมระยะได้ดี จะกดดันให้เบอร์หนึ่งต้องเร่งทำแต้มและเปิดจังหวะมากขึ้น ซึ่งมักทำให้เกิดจังหวะแลกอาวุธชัดในยกกลาง แต่หากเบอร์หนึ่งลดแล้วออกมาสดและเดินเกมได้ต่อเนื่อง เกมจะสนุกจากการชิงจังหวะและการปิดท้ายยกที่ต้องทำให้ชัดเพื่อให้ภาพรวมคะแนนเอนเอียง
คู่ที่ 3 บุญโชติ ส.บุญมีฤทธิ์ vs คิวทอง พีเคดี.มวยไทย (พิกัด 130)
คู่ที่ 3 เป็นไฟต์ที่มีประเด็นจากผลชั่งน้ำหนักชัดที่สุดของรายการ เพราะมุมแดง บุญโชติ ส.บุญมีฤทธิ์ ชั่งได้ตามพิกัด ขณะที่มุมน้ำเงิน คิวทอง พีเคดี.มวยไทย ชั่งได้ 131.6 เกินพิกัด 1.6 และต้องลดค่อนข้างมากก่อนขึ้นชกจริง ตัวเลขนี้ทำให้คนดูจำนวนมากจับตาเรื่องความสดและการยืนระยะของฝั่งน้ำเงินเป็นพิเศษ เพราะการต้องลดมากอาจสะท้อนออกมาในช่วงยกกลางถึงยกท้ายเมื่อเกมใช้พลังมากขึ้น ในขณะที่ฝั่งแดงที่ชั่งตามพิกัดมีโอกาสรักษาความนิ่งและความต่อเนื่องเพื่อสะสมแต้มได้ดีหากคุมเกมได้ตั้งแต่ต้น
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| บุญโชติ ส.บุญมีฤทธิ์ | 130 | ตามพิกัด | ตามพิกัด | คิวทอง พีเคดี.มวยไทย | 130 | 131.6 | เกิน 1.6 ต้องลด |
แนวทางการติดตามคู่นี้คือดูตั้งแต่ยกแรกยกสองว่าคิวทองหลังลดน้ำหนักแล้วจะยังเดินเกมได้ต่อเนื่องและออกอาวุธได้เต็มจังหวะหรือไม่ เพราะถ้าความสดยังดี เกมจะมีความเข้มข้นจากแรงกดดันและจังหวะแลกที่เห็นภาพ แต่หากเริ่มช้าหรืออาวุธไม่ต่อเนื่องในยกกลาง ฝั่งบุญโชติที่ชั่งตามพิกัดอาจใช้ความนิ่งและความสม่ำเสมอคุมเกมด้วยอาวุธที่ชัดเพื่อสะสมคะแนน โดยเฉพาะการปิดท้ายยกให้เห็นภาพและการรักษาทรงหลังออกอาวุธซึ่งเป็นรายละเอียดสำคัญของการให้คะแนน เมื่อเข้าสู่ยกท้าย การยืนระยะจะกลายเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้คู่นี้ลุ้นได้ต่อยกอย่างแท้จริง
คู่ที่ 4 ยอดตะวันฉาย สิงห์จตุรัส vs เข้าล้านเล็ก ศิษย์ขุนทัพ (พิกัด 106)
คู่ที่ 4 ของโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย อยู่พิกัด 106 และเป็นไฟต์ที่สถานะน้ำหนักต่างกันชัดเจน โดยมุมแดง ยอดตะวันฉาย สิงห์จตุรัส ชั่งได้ 106.6 เกินพิกัด 0.6 และต้องลดก่อนขึ้นชกจริง ขณะที่มุมน้ำเงิน เข้าล้านเล็ก ศิษย์ขุนทัพ ชั่งได้ 105.4 และขาดพิกัด 0.6 ทำให้คู่นี้มีภาพตัวเลขที่สวนทางกันอย่างชัดเจน ฝั่งแดงต้องจัดการน้ำหนักเพิ่มเติม ส่วนฝั่งน้ำเงินอยู่ต่ำกว่าพิกัดพอสมควรและอาจมีความไวในการเข้าออกระยะมากขึ้น คนดูจึงมักสนใจว่าช่วงต้นเกมจะออกมาเป็นการชิงจังหวะเร็วหรือการคุมระยะที่เน้นความชัดของอาวุธเป็นหลัก
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ยอดตะวันฉาย สิงห์จตุรัส | 106 | 106.6 | เกิน 0.6 ต้องลด | เข้าล้านเล็ก ศิษย์ขุนทัพ | 106 | 105.4 | ขาด 0.6 |
จุดสังเกตของไฟต์นี้คือความสดของยอดตะวันฉายหลังลดน้ำหนักและความเร็วของเข้าล้านเล็กที่ขาดพิกัด เพราะสองปัจจัยนี้อาจกำหนดทิศทางเกมตั้งแต่ยกแรก หากฝั่งแดงลดแล้วออกมาสดและคุมระยะด้วยอาวุธนำได้ต่อเนื่อง เกมจะเป็นการกดดันให้ฝั่งน้ำเงินต้องหาจังหวะสวนและปิดท้ายยกให้ชัด แต่หากฝั่งแดงเริ่มช้าหรือออกอาวุธไม่ต่อเนื่อง ฝั่งน้ำเงินอาจใช้ความไวเข้าออกระยะ ชิงจังหวะทำแต้มและทำให้เกมเร็วขึ้นทันที เมื่อเข้าสู่ยกกลาง การรักษาทรงและการปิดท้ายยกจะสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ความสดเริ่มแสดงผลชัดและคะแนนมักชี้ขาดจากอาวุธที่เห็นภาพที่สุดในแต่ละยก
สำหรับคอวัวชนตัวจริง การติดตามชมการแข่งขันสดๆ
ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว เว็บดูวัวชนสด อันดับ 1 ที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด
วิธีอ่านผลชั่งน้ำหนัก (ตามพิกัด / เกินพิกัดต้องลด / ขาดพิกัด)
การอ่านผลชั่งน้ำหนักในโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย สามารถดูได้จากคำสำคัญหลักสามแบบคือ “ตามพิกัด” “เกินพิกัดต้องลด” และ “ขาดพิกัด” โดยคำว่า “ตามพิกัด” หมายถึงชั่งได้พอดีกับพิกัดที่กำหนด ส่วนรูปแบบตัวเลขลักษณะ 118.2 – 0.2 หรือ 131.6 – 1.6 หมายถึงชั่งเกินพิกัดตามจำนวนที่ระบุและต้องลดให้กลับเข้าพิกัดก่อนขึ้นชกจริง ขณะที่คำว่า “ขาด 0.6” หมายถึงชั่งได้ต่ำกว่าพิกัดตามจำนวนที่ระบุ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ชมตั้งข้อสังเกตเรื่องความสด ความไว และการยืนระยะได้ละเอียดขึ้นเมื่อดูการแข่งขันจริง
แม้ผลชั่งน้ำหนักจะเป็นข้อมูลก่อนชก แต่การนำไปใช้ที่เหมาะสมคือใช้เป็นจุดสังเกตประกอบการดูมากกว่าการสรุปแทนผลการแข่งขัน เช่น หากฝ่ายใดต้องลดมาก คนดูอาจสังเกตว่าช่วงยกสามยกสี่อาวุธยังต่อเนื่องหรือไม่ หรือถ้าฝ่ายใดขาดพิกัดพอสมควร อาจสังเกตความไวในการชิงจังหวะและการเข้าออกระยะต้นยก เมื่อคุณเชื่อมโยงข้อมูลชั่งน้ำหนักกับภาพบนเวทีจริง จะทำให้การดูโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย สนุกขึ้นและเข้าใจเหตุผลของการเดินเกมในแต่ละยกได้ชัดเจนกว่าเดิม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย
โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย แข่งที่ไหน?
โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย จัดการแข่งขันที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อย ตามกำหนดของรายการ ซึ่งเป็นเวทีที่แฟนมวยจำนวนมากคุ้นเคยและติดตามรายการกันต่อเนื่อง การรู้สถานที่จัดช่วยให้คุณวางแผนการติดตามได้สะดวกขึ้น ทั้งการเตรียมเวลาเดินทางหรือการจัดตารางชมให้ทันตั้งแต่คู่แรก และยังทำให้คุณนำข้อมูลพิกัดและผลชั่งน้ำหนักในหน้านี้ไปใช้ตั้งจุดสังเกตระหว่างดูได้ครบถ้วนตั้งแต่ก่อนเริ่มชกจริงในเวลา 12.15 น.
เริ่มแข่งขันกี่โมง และควรเตรียมตัวยังไงให้ไม่พลาดคู่แรก?
โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย เริ่มชกเวลา 12.15 น. ซึ่งเป็นช่วงกลางวันที่รายการเดินค่อนข้างกระชับ หากคุณต้องการไม่พลาดคู่แรกควรเตรียมตัวล่วงหน้า เพราะคู่ต้นรายการมักเริ่มเกมเร็วและมีการชิงจังหวะถี่ การเข้าดูให้ทันตั้งแต่เริ่มทำให้คุณเห็นภาพการคุมจังหวะตั้งแต่ยกแรก และยังช่วยให้คุณตรวจสอบตารางรวมและตารางรายคู่เพื่อรู้ว่าไฟต์ไหนมีฝ่ายที่ต้องลดหรือขาดพิกัด ทำให้การติดตามสนุกขึ้นเพราะมีจุดสังเกตตั้งแต่ก่อนระฆังดัง
วันนี้มีกี่คู่ และคู่ไหนมีตัวแปรเรื่องน้ำหนักเด่นที่สุด?
โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 มีทั้งหมด 4 คู่ โดยไฟต์ที่ตัวแปรเรื่องน้ำหนักเด่นที่สุดคือคู่ที่ 3 เพราะมุมน้ำเงินคิวทองชั่งเกินพิกัดถึง 1.6 ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดของรายการวันนี้ รองลงมาคือคู่ที่ 4 ที่มีสถานะสวนทางชัดเจนคือมุมแดงเกิน 0.6 ต้องลด ขณะที่มุมน้ำเงินขาด 0.6 ทำให้เป็นคู่ที่คนดูมักจับตาความสดและความเร็วของทั้งสองฝ่ายเป็นพิเศษ ส่วนคู่ที่ 1 และ 2 เป็นตัวแปรระดับเล็กแต่ก็ยังช่วยให้ตั้งข้อสังเกตได้เมื่อเกมเริ่มเข้าสู่ยกกลาง
สรุปภาพรวมก่อนเริ่มรายการ
โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อย เริ่มเวลา 12.15 น. จัดเต็ม 4 คู่พร้อมผลชั่งน้ำหนักครบ โดยวันนี้มีหลายคู่ที่ชั่งเกินพิกัดต้องลด และมีคู่ที่ขาดพิกัดอย่างชัดเจน ทำให้คุณมีจุดสังเกตตั้งแต่ก่อนเริ่มชกทั้งเรื่องความสด ความเร็ว การคุมระยะ และการยืนระยะในยกกลางถึงยกท้าย หากคุณต้องการดูแบบเห็นภาพรวม แนะนำให้เริ่มจากตารางรวมเพื่อรู้ทั้งรายการในครั้งเดียว แล้วค่อยเลื่อนลงไปอ่านรายละเอียดรายคู่พร้อมตารางประกอบ จะช่วยให้การติดตามโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย สนุกขึ้นและเข้าใจรูปเกมของแต่ละไฟต์ได้ชัดเจนตลอดทั้งรายการ

