โปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 กลับมาพร้อมความมันส์ให้แฟนมวยได้ติดตามกันแบบต่อเนื่อง โดยรายการจัดที่เวทีมวยช่อง 7 สี และเริ่มการแข่งขันตั้งแต่เวลา 14:30 น. ใครที่กำลังมองหาข้อมูลคู่ชก พิกัด และผลชั่งน้ำหนักแบบครบถ้วน รวบรวมให้เรียบร้อยเพื่อให้เช็กได้เร็ว อ่านง่าย และพร้อมใช้งานก่อนถึงเวลาเชียร์จริง

โปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่ม 14:30 น.

ข้อมูลรายการ ศึกมวยไทย 7 สี (22 ก.พ. 2569)

สำหรับวันแข่งขันนี้เป็นศึกประจำสัปดาห์ที่แฟนมวยคุ้นเคยกันดี โดยโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เวทีมวยช่อง 7 สี ซึ่งเป็นสังเวียนหลักของรายการ และกำหนดเริ่มถ่ายทอดอารมณ์ความเข้มข้นตั้งแต่เวลา 14:30 น. จุดเด่นของรายการคือการจัดคู่ชกที่หลากหลายพิกัด ทำให้ได้เห็นทั้งความเร็ว ความแข็งแรง และชั้นเชิงที่แตกต่างกันในแต่ละคู่แบบเต็มอรรถรส

ในภาพรวมของโปรแกรมวันนี้มีทั้งหมด 4 คู่ เรียงตามลำดับการแข่งขันตั้งแต่คู่เปิดรายการไปจนถึงคู่เอก โดยแต่ละคู่ระบุรายชื่อนักมวยมุมแดงและมุมน้ำเงินอย่างชัดเจน พร้อมกำหนดพิกัดและผลชั่งน้ำหนักก่อนชก ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับแฟนมวยที่ต้องการประเมินความพร้อม ความได้เปรียบเสียเปรียบ และความเข้มข้นของเกมในสไตล์มวยไทยที่แท้จริง

ตารางสรุปคู่มวยและผลชั่งน้ำหนัก

เพื่อให้เช็กข้อมูลได้ในมุมมองเดียว ตารางด้านล่างนี้สรุปโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี ทั้ง 4 คู่ โดยรวมรายชื่อนักมวยมุมแดงและมุมน้ำเงิน พิกัดการแข่งขัน ผลชั่งน้ำหนัก และสถานะตามพิกัดหรือเกินพิกัดไว้ครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้อ่านที่ต้องการเปิดดูเร็วบนมือถือ หรืออยากบันทึกไว้ก่อนถึงเวลา 14:30 น. เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญของแต่ละคู่ในวันแข่งขัน

คู่ที่ มุมแดง มุมน้ำเงิน พิกัด ผลชั่งมุมแดง ผลชั่งมุมน้ำเงิน สถานะ
1 อังกอร์ โกริตตะมวยไทย วังไพร ป.ประกาญจน์ แดง 101 / น้ำเงิน 102 ตามพิกัด ตามพิกัด ตามพิกัดทั้งคู่
2 ทัพหลวง อ.เมืองชุมแพ แสงตะวัน ส.พงศ์อมร 124 124.6 (เกิน 0.6) ตามพิกัด แดงเกิน 0.6
3 เพชรพญาไท ส.พูลสวัสดิ์ ก้องโนวา บางแสนไฟท์คลับ 128 ตามพิกัด ตามพิกัด ตามพิกัดทั้งคู่
4 ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม เอกลักษณ์ ส.สมานการ์เม้นท์ 122 122.4 (เกิน 0.4) ตามพิกัด แดงเกิน 0.4

โปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันนี้ (เรียงตามลำดับคู่)

คู่ที่ 1 พิกัด 101–102 ปอนด์

อังกอร์ โกริตตะมวยไทย (แดง) พบ วังไพร ป.ประกาญจน์ (น้ำเงิน)

คู่เปิดรายการของโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี ในสัปดาห์นี้เริ่มด้วยพิกัดเล็กที่เน้นความไวและจังหวะออกอาวุธ โดยมุมแดง อังกอร์ โกริตตะมวยไทย ขึ้นชกในพิกัด 101 ปอนด์ และมุมน้ำเงิน วังไพร ป.ประกาญจน์ อยู่ที่พิกัด 102 ปอนด์ ซึ่งเป็นช่วงน้ำหนักที่เกมมักไหลลื่นและพลิกได้ตลอดเวลา หากใครชอบมวยจังหวะเร็ว เข้าทำต่อเนื่อง และเน้นความแม่นยำ คู่แรกนี้เป็นคู่ที่เหมาะสำหรับเปิดความมันส์ของรายการอย่างยิ่ง

ผลชั่งน้ำหนักของคู่ที่ 1 ระบุว่าทั้งสองฝ่ายชั่งได้ตามพิกัดที่กำหนด ทำให้ภาพรวมของการชกมีความน่าดูตั้งแต่ต้น เพราะไม่มีเงื่อนไขน้ำหนักเกินมาเป็นปัจจัยแทรก แฟนมวยสามารถโฟกัสที่สไตล์การชก จังหวะถอยจังหวะรุก และความนิ่งในการยืนระยะได้เต็มที่ โดยเฉพาะการวางแข้ง การหักจังหวะ และการออกอาวุธเป็นชุด ซึ่งมักเป็นจุดตัดสินในพิกัดนี้ได้อย่างชัดเจน

คู่ที่ 2 พิกัด 124 ปอนด์

ทัพหลวง อ.เมืองชุมแพ (แดง) พบ แสงตะวัน ส.พงศ์อมร (น้ำเงิน)

คู่ที่ 2 ของโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี อยู่ในพิกัด 124 ปอนด์ ซึ่งเป็นช่วงน้ำหนักที่ผสมทั้งพละกำลังและความเร็วได้ลงตัว มุมแดง ทัพหลวง อ.เมืองชุมแพ กำหนดพิกัดไว้ที่ 124 ปอนด์ แต่ผลชั่งออกมาที่ 124.6 ปอนด์ หมายถึงเกินพิกัด 0.6 ปอนด์ ขณะที่มุมน้ำเงิน แสงตะวัน ส.พงศ์อมร ชั่งได้ตามพิกัดตามที่กำหนด ทำให้คู่นี้มีประเด็นให้ติดตามตั้งแต่ก่อนขึ้นชกว่าเกมจะเดินอย่างไร และการออกอาวุธจะเข้มข้นขนาดไหน

การที่มุมแดงชั่งเกิน 0.6 ปอนด์ เป็นรายละเอียดที่แฟนมวยหลายคนให้ความสนใจ เพราะน้ำหนักมีผลต่อความอึดและแรงปะทะในบางช่วงของเกม อย่างไรก็ตาม การชกจริงยังขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ความคมของอาวุธ และการจัดการระยะมากกว่าเพียงตัวเลขบนตาชั่ง แฟนมวยที่ดูโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันนี้จึงควรจับตาดูจังหวะแรกของเกมเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบแรงเตะ การคุมระยะ หรือการดักแทงเข่า เพราะสิ่งเหล่านี้จะบอกแนวทางของไฟต์ได้ตั้งแต่ต้นยก

คู่ที่ 3 พิกัด 128 ปอนด์

เพชรพญาไท ส.พูลสวัสดิ์ (แดง) พบ ก้องโนวา บางแสนไฟท์คลับ (น้ำเงิน)

คู่ที่ 3 เป็นอีกหนึ่งคู่ที่น่าติดตามในโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี ด้วยพิกัด 128 ปอนด์ ซึ่งมักได้เห็นเกมที่มีทั้งอาวุธหนักและจังหวะต่อสู้ที่หลากหลาย มุมแดง เพชรพญาไท ส.พูลสวัสดิ์ พบกับมุมน้ำเงิน ก้องโนวา บางแสนไฟท์คลับ โดยทั้งสองฝ่ายชั่งได้ตามพิกัดที่กำหนด ทำให้ภาพรวมของคู่นี้ดูพร้อมชนแบบไร้ข้อกังวลเรื่องน้ำหนัก และช่วยเพิ่มความคาดหวังต่อรูปเกมที่ดุเดือดในทุกยก

เมื่อทั้งคู่ชั่งได้ตามพิกัด แฟนมวยสามารถคาดหวังการวัดกันด้วยชั้นเชิงเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการดักเตะลำตัว การสลับการ์ดเพื่อเปิดทางศอก หรือการเข้าคลินช์เพื่อคุมเกมในระยะประชิด คู่ที่ 3 มักเป็นช่วงที่อุณหภูมิของรายการเริ่มพุ่งสูง เพราะแฟนมวยเริ่มจับทางและอินกับการถ่ายทอดมากขึ้น ใครที่ติดตามโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี เป็นประจำจะรู้ว่าคู่ลำดับนี้มักเป็นจุดเปลี่ยนของความเดือดก่อนเข้าสู่คู่เอกของวัน

คู่ที่ 4 พิกัด 122 ปอนด์

ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (แดง) พบ เอกลักษณ์ ส.สมานการ์เม้นท์ (น้ำเงิน)

คู่ที่ 4 ซึ่งเป็นคู่ท้ายรายการของโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันนี้อยู่ในพิกัด 122 ปอนด์ มุมแดง ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ชั่งได้ 122.4 ปอนด์ หมายถึงเกินพิกัด 0.4 ปอนด์ ขณะที่มุมน้ำเงิน เอกลักษณ์ ส.สมานการ์เม้นท์ ชั่งได้ตามพิกัดที่กำหนด ทำให้คู่นี้มีความน่าสนใจทั้งในแง่เกมการชกและปัจจัยด้านน้ำหนักที่อาจส่งผลต่อจังหวะการปะทะ โดยเฉพาะช่วงกลางถึงปลายยกที่ความอึดและแรงยังสำคัญมาก

ในไฟต์ลำดับสุดท้ายแบบนี้ แรงเชียร์และบรรยากาศในเวทีมักหนาแน่นขึ้น ทำให้ความกดดันของนักมวยเพิ่มตามไปด้วย การที่มุมแดงเกิน 0.4 ปอนด์ อาจทำให้คนดูบางส่วนคาดหวังพละกำลังและการเดินบี้มากขึ้น ขณะที่มุมน้ำเงินซึ่งชั่งได้ตามพิกัดอาจเลือกใช้ความเร็ว จังหวะฝีมือ และการดักโต้เพื่อคุมเกมให้ได้เปรียบ ใครที่รอดูไคลแมกซ์ของโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันอาทิตย์นี้ คู่ที่ 4 คือคู่ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

สำหรับคอวัวชนตัวจริง การติดตามชมการแข่งขันสดๆ
ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว เว็บดูวัวชนสด อันดับ 1 ที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ตารางสรุปคู่มวยและผลชั่งน้ำหนัก (อ่านเร็ว)

เพื่อให้เช็กข้อมูลได้ในมุมมองเดียว ตารางด้านล่างนี้สรุปโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี ทั้ง 4 คู่ โดยรวมรายชื่อนักมวยมุมแดงและมุมน้ำเงิน พิกัดการแข่งขัน ผลชั่งน้ำหนัก และสถานะตามพิกัดหรือเกินพิกัดไว้ครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้อ่านที่ต้องการเปิดดูเร็วบนมือถือ หรืออยากบันทึกไว้ก่อนถึงเวลา 14:30 น. เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญของแต่ละคู่ในวันแข่งขัน

คำอธิบายผลชั่งน้ำหนักแบบเข้าใจง่าย

ในโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี มักมีการระบุผลชั่งน้ำหนักไว้เพื่อให้แฟนมวยทราบความพร้อมก่อนการแข่งขัน โดยคำว่า “ชั่งได้ตามพิกัด” หมายถึงนักมวยมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่ประกาศไว้สำหรับไฟต์นั้น ๆ ทำให้เงื่อนไขก่อนชกเป็นไปตามที่ตกลงกันอย่างชัดเจน และช่วยให้ผู้ชมตีความไฟต์ได้ง่ายขึ้นว่าทั้งสองฝ่ายเข้าสู่การชกด้วยเงื่อนไขน้ำหนักที่เท่าเทียมในมาตรฐานเดียวกัน

ส่วนคำว่า “ชั่งเกิน” คือกรณีที่นักมวยมีน้ำหนักมากกว่าพิกัดที่กำหนด โดยในวันนี้พบในคู่ที่ 2 และคู่ที่ 4 ซึ่งมุมแดงเกิน 0.6 และ 0.4 ปอนด์ตามลำดับ อย่างไรก็ดี การชกจริงยังต้องดูรูปเกมเป็นหลัก เพราะปัจจัยที่ทำให้ชนะไม่ได้มีเพียงน้ำหนัก แต่รวมถึงการยืนระยะ การออกอาวุธที่ชัด ความนิ่งในจังหวะโดนโต้ และการบริหารแรงในแต่ละยกที่ส่งผลต่อคะแนนและความได้เปรียบตลอดทั้งไฟต์

ไฮไลต์ที่น่าจับตาในรายการวันนี้

ภาพรวมของโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 มีความน่าดูตั้งแต่คู่เปิดรายการ เพราะพิกัดเล็กทำให้เกมเร็วและมีโอกาสพลิกได้ตลอดเวลา จากนั้นคู่ที่ 2 เพิ่มความเข้มข้นด้วยพิกัด 124 ปอนด์และมีประเด็นผลชั่งน้ำหนักที่มุมแดงเกิน 0.6 ปอนด์ ขณะที่คู่ที่ 3 เป็นคู่ที่ทั้งสองฝ่ายชั่งได้ตามพิกัด จึงมีแนวโน้มจะวัดกันด้วยชั้นเชิงเต็มที่ และปิดท้ายด้วยคู่ที่ 4 ที่บรรยากาศมักเดือดที่สุด พร้อมเงื่อนไขที่มุมแดงเกิน 0.4 ปอนด์ให้ติดตามเชิงรายละเอียด

หากผู้ชมต้องการติดตามแบบสนุกและเข้าใจเกมมากขึ้น ลองสังเกตช่วงต้นยกของแต่ละคู่ว่าใครคุมระยะได้ก่อน ใครตั้งการ์ดและวางอาวุธได้ชัด รวมถึงจังหวะที่มีการเข้าคลินช์และทำเข่า เพราะเป็นช่วงที่เปลี่ยนโมเมนตัมของไฟต์ได้ดี โดยเฉพาะรายการใหญ่อย่างโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี ที่คะแนนและความชัดเจนของอาวุธมักถูกจับตามองอย่างละเอียดตลอดการแข่งขัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มกี่โมง?

โปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี ในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดเริ่มการแข่งขันเวลา 14:30 น. ที่เวทีมวยช่อง 7 สี โดยปกติลำดับการแข่งขันจะเรียงตามคู่ที่ 1 ไปจนถึงคู่ที่ 4 ดังนั้นหากต้องการดูครบทุกคู่ แนะนำให้เตรียมตัวก่อนเวลาเริ่มเล็กน้อยเพื่อไม่พลาดช่วงเปิดรายการที่มักสนุกและได้เห็นจังหวะมวยเร็วแบบเต็ม ๆ ตั้งแต่ต้น

ศึกมวยไทย 7 สี แข่งที่ไหน?

รายการนี้จัดการแข่งขันที่เวทีมวยช่อง 7 สี ซึ่งเป็นสังเวียนประจำของศึกมวยไทย 7 สี และเป็นสถานที่ที่แฟนมวยคุ้นเคยกันดี บรรยากาศในเวทีมักคึกคักโดยเฉพาะช่วงคู่ท้าย ๆ ทำให้การรับชมมีอารมณ์ร่วมสูง ใครที่ติดตามโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี เป็นประจำจะรู้ว่าความเข้มข้นของเสียงเชียร์และจังหวะเกมในเวทีมีส่วนเพิ่มความสนุกให้กับแต่ละไฟต์อย่างชัดเจน

วันนี้มีคู่ไหนชั่งเกินพิกัดบ้าง?

ในโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันนี้มีนักมวยมุมแดงชั่งเกินพิกัดอยู่ 2 คู่ ได้แก่ คู่ที่ 2 ทัพหลวง อ.เมืองชุมแพ ชั่งได้ 124.6 ปอนด์ เกินพิกัด 0.6 ปอนด์ และคู่ที่ 4 ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ชั่งได้ 122.4 ปอนด์ เกินพิกัด 0.4 ปอนด์ ส่วนคู่ที่ 1 และคู่ที่ 3 ทั้งสองฝ่ายชั่งได้ตามพิกัดที่กำหนด ทำให้เงื่อนไขก่อนชกชัดเจนและติดตามเกมได้ง่าย

วันนี้มีทั้งหมดกี่คู่ และมีพิกัดอะไรบ้าง?

โปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 มีทั้งหมด 4 คู่ โดยพิกัดที่ระบุในรายการประกอบด้วย คู่ที่ 1 พิกัดแดง 101 ปอนด์และน้ำเงิน 102 ปอนด์ คู่ที่ 2 พิกัด 124 ปอนด์ คู่ที่ 3 พิกัด 128 ปอนด์ และคู่ที่ 4 พิกัด 122 ปอนด์ ซึ่งเป็นช่วงน้ำหนักที่หลากหลาย ทำให้ผู้ชมได้เห็นทั้งความเร็ว ความแข็งแรง และชั้นเชิงที่ต่างกันไปในแต่ละคู่ตลอดทั้งรายการ

สรุปโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

สรุปอีกครั้งว่าโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 จัดที่เวทีมวยช่อง 7 สี และเริ่มการแข่งขันเวลา 14:30 น. โดยมีทั้งหมด 4 คู่ ไล่ตั้งแต่คู่ที่ 1 อังกอร์ โกริตตะมวยไทย พบ วังไพร ป.ประกาญจน์ ไปจนถึงคู่ที่ 4 ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม พบ เอกลักษณ์ ส.สมานการ์เม้นท์ พร้อมระบุพิกัดและผลชั่งน้ำหนักครบถ้วน เพื่อให้แฟนมวยเช็กข้อมูลได้ก่อนเข้าสู่ช่วงเชียร์แบบเต็มอารมณ์

สำหรับประเด็นที่ควรจำไว้ก่อนรับชมคือวันนี้มีสองคู่ที่มุมแดงชั่งเกินพิกัด ได้แก่ คู่ที่ 2 เกิน 0.6 ปอนด์ และคู่ที่ 4 เกิน 0.4 ปอนด์ ขณะที่อีกสองคู่ชั่งได้ตามพิกัดทั้งหมด ทั้งนี้การชกจริงยังต้องวัดกันด้วยฝีมือ จังหวะออกอาวุธ ความชัดเจนในการเข้าทำ และการยืนระยะในแต่ละยกเป็นสำคัญ ขอให้สนุกกับการติดตามโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี และเชียร์กันอย่างมีอรรถรสตลอดทั้งรายการ