เกมนี้ของ “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” คือบทเรียนเรื่องความเฉียบคมแบบชัดเจน พาเลซเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า เดินเกมได้ลื่นไหลและพาบอลเข้าพื้นที่อันตรายได้หลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายไม่คมพอ ขณะที่สเปอร์สเล่นอย่างมีวินัย รัดกุมในเกมรับ และใช้โอกาสจากลูกนิ่งเพียงครั้งสำคัญเปลี่ยนเป็นประตูชัย จนกลายเป็นสามแต้มที่ได้มาจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ตัดสินผลการแข่งขันทั้งเกม
แม้สกอร์จะจบด้วยประตูเดียว แต่ความตึงเครียดในสนามแทบไม่ลดลง เพราะทั้งสองทีมมีช่วงเวลาที่ “เกือบ” จะเปลี่ยนโมเมนตัมได้ตลอด โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ VAR เข้ามามีบทบาทกับจังหวะทำประตูของสเปอร์ส ทำให้รูปเกมยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก สุดท้ายพาเลซต้องยอมรับความจริงว่า การครองบอลและจำนวนโอกาสไม่ได้การันตีชัยชนะ หากการจบสกอร์ยังไม่เด็ดขาดพอในวันที่ต้องการแต้มอย่างยิ่ง
ผลการแข่งขันและบทสรุปเกม
ผลการแข่งขัน “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” สะท้อนภาพการแข่งขันที่พาเลซดูเหนือกว่าด้านการครองบอลและการบุกกดดัน แต่สเปอร์สเป็นทีมที่จัดการเกมได้อย่างมีระบบ ยอมถอยมาตั้งรับเป็นช่วง ๆ รอจังหวะสวนกลับ และคุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษได้ดี เมื่อเกมเปิดไม่มากนัก สิ่งที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญจึงหนีไม่พ้นลูกตั้งเตะและการตัดสินในจังหวะเฉียดฉิว ซึ่งสเปอร์สทำได้เฉียบคมกว่า
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผลการแข่งขัน | คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส |
| ผู้ทำประตู | อาร์ชี เกรย์ (นาที 42) |
| จุดเปลี่ยนหลัก | ประตูจากลูกเตะมุม + จังหวะ VAR จับล้ำหน้าในจังหวะทำประตูของสเปอร์ส |
| ภาพรวมเกม | พาเลซครองบอลและมีโอกาสมากกว่า แต่จบไม่คม / สเปอร์สเน้นวินัยเกมรับและฉวยโอกาสจากลูกนิ่ง |
ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ (Key Moments Timeline)
หากเล่าตามลำดับเวลา เกม “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” มีหลายช่วงที่ความรู้สึกเหมือนกำลังจะเกิดประตู แต่สุดท้ายถูกหยุดด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการยืนตำแหน่งที่ล้ำหน้าเพียงเสี้ยววินาที หรือการจบสกอร์ที่รีบเกินไปของเจ้าถิ่น จุดสำคัญคือหลังจากสเปอร์สได้ประตูจากลูกเตะมุม เกมก็เปลี่ยนเป็นการไล่บี้ที่พาเลซพยายามยกระดับความเร็วและความเข้ม แต่ยังไม่อาจเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้
| นาที | เหตุการณ์ | ผลกระทบต่อเกม |
|---|---|---|
| ก่อน 42’ | สเปอร์สส่งบอลเข้าประตูได้ แต่ถูก VAR จับล้ำหน้า | เกมยังคงตึงที่ 0-0 ทำให้ทั้งสองทีมต้องระวังมากขึ้น และพาเลซได้แรงฮึดจากการรอดพ้นเสียประตู |
| 42’ | ประตู 0-1 จากลูกเตะมุม เปโดร ปอร์โร เปิดเข้าเขตโทษ ก่อนโหม่งชงและอาร์ชี เกรย์โขกจ่อ ๆ | ประตูนี้กลายเป็น “จุดตัด” ของเกม เพราะสเปอร์สได้เปรียบและสามารถถอยมาคุมพื้นที่ได้ถนัดขึ้น ขณะที่พาเลซต้องเร่งเกมทันที |
| ครึ่งหลัง | พาเลซเร่งหนัก เดินเกมกดดันต่อเนื่อง แต่จังหวะยิงไม่ผ่านหรือไม่ตรงกรอบ | พาเลซสร้างความกดดันได้จริง แต่ความเฉียบคมยังไม่พอจะเปลี่ยนเป็นสกอร์ และยิ่งทำให้สเปอร์สเล่นสวนกลับได้พื้นที่มากขึ้น |
| ท้ายเกม | สเปอร์สมีโอกาสสวนกลับและเกือบปิดเกม แต่ไม่บวกสกอร์เพิ่ม | แม้ไม่บวกประตูเพิ่ม แต่ทำให้พาเลซต้องระวังหลังบ้าน ไม่กล้าดันสูงสุดทาง ส่งผลให้ช่วงท้ายเกมตึงจนหมดเวลา |
จุดชี้ชะตาเกม: ไม่มีจุดโทษ แต่ลูกนิ่งและ VAR คือเรื่องใหญ่
เกมนี้ไม่มีจุดโทษเกิดขึ้นเลย ซึ่งทำให้คำว่า “จุดโทษชี้ชะตา” ต้องตีความใหม่เป็น “เหตุการณ์ชี้ชะตา” มากกว่า เพราะสิ่งที่ตัดสินผลของ “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” คือประสิทธิภาพในจังหวะลูกตั้งเตะ และการคุมรายละเอียดในกรอบเขตโทษที่สเปอร์สทำได้ดีกว่า เมื่อเกมสูสี การเสียสมาธิครั้งเดียวจากเตะมุมอาจหมายถึงการเสียประตู และพาเลซก็โดนลงโทษจากจังหวะนั้นพอดี
อีกปัจจัยที่ทำให้เกมเข้มข้นคือ VAR ที่เข้ามาตัดสินจังหวะทำประตูของสเปอร์สจากการล้ำหน้า แม้แฟนบอลบางส่วนอาจรู้สึกว่าเกมถูกหยุดและอารมณ์ขาดช่วง แต่ในเชิงการแข่งขันมันยิ่งเพิ่มความกดดันให้ทั้งสองทีม เพราะทุกการวิ่งตัดหลังไลน์และทุกจังหวะเปิดบอลต้องละเอียดกว่าเดิม สุดท้ายสเปอร์สยังคงรักษาความนิ่งและเลือกจังหวะเล่นที่ปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่พาเลซยิ่งเร่งก็ยิ่งเสี่ยงจนหาช่องจบแบบคม ๆ ไม่เจอ
11 ตัวจริง, แผนการเล่น และนักเตะเด่น (Lineups, Tactical Setup & Key Players)
เพื่อให้เห็นภาพชัดว่าเกม “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” เดินไปในทิศทางไหน การดูรายชื่อ 11 ตัวจริงและแนวทางการเล่นจะช่วยอธิบายได้ดี พาเลซมีโครงสร้างทีมที่เน้นครองบอลและต่อเกมจากแดนกลางขึ้นไปริมเส้น ขณะที่สเปอร์สมีแกนเกมรับที่อ่านเกมดีและมิดฟิลด์ที่พร้อมตัดเกมก่อนถึงพื้นที่อันตราย ทำให้เกมของพาเลซแม้จะไหลลื่น แต่ไม่ค่อยได้จบแบบโล่ง ๆ ในกรอบเขตโทษตามที่ต้องการ
คริสตัล พาเลซ: 11 ตัวจริง
พาเลซเริ่มด้วยผู้เล่นที่ตอบโจทย์การครองบอลและขึ้นเกมด้านข้าง โดยมี เฮนเดอร์สัน เป็นด่านแรก แนวรับที่มีทั้งความแข็งแรงและการอ่านบอล ส่วนแดนกลางมีตัวคุมจังหวะเพื่อพาบอลขึ้นหน้า และแนวรุกที่หวังความเร็วกับการหาพื้นที่ในครึ่งช่อง แต่ปัญหาคือเมื่อเข้าใกล้กรอบเขตโทษจริง ๆ จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ ทั้งการเลือกยิงและการสัมผัสบอลสุดท้ายที่ทำให้โอกาสจะแจ้งกลายเป็นแค่ “เกือบ” หลายครั้ง
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์: 11 ตัวจริง
สเปอร์สเลือกแผนที่เน้นความรัดกุมและวินัยเป็นหลัก มีผู้เล่นที่คุมพื้นที่และป้องกันในกรอบเขตโทษได้ดี รวมถึงฟูลแบ็กที่มีบทบาทกับการขึ้นเกมและลูกนิ่ง โดยเฉพาะการเปิดเตะมุมที่กลายเป็นทีเด็ด นอกจากนี้แดนกลางของสเปอร์สทำหน้าที่ปิดช่องและบีบให้พาเลซออกบอลไปด้านข้างมากกว่าทะลุกลาง เมื่อเกมถูกบังคับให้เล่นในพื้นที่ที่เดาทางได้ สเปอร์สจึงคุมสถานการณ์ได้ แม้จะไม่ได้ครองบอลมาก แต่ยังรักษาความอันตรายในจังหวะสวนกลับและลูกตั้งเตะได้ตลอด
| คริสตัล พาเลซ (11 ตัวจริง) | ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (11 ตัวจริง) |
|---|---|
| ดีน เฮนเดอร์สัน; เจฟเฟอร์สัน เลร์มา, มักซองซ์ ลาครัวส์, มาร์ก เกฮี, เนธานีล ไคลน์, ไทริค มิตเชลล์; อดัม วอร์ตัน, วิลล์ ฮิวจ์ส; จัสติน เดเวนนี่, เยเรมี ปิโน, ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า |
กูเยลโม วิคาริโอ; เปโดร ปอร์โร, เควิน ดานโซ, มิกกี ฟาน เดอ เฟน, เจด สเปนซ์; โรดริโก เบนตานกูร์, ลูคัส เบิร์กวาลล์, อาร์ชี เกรย์; โมฮาเหม็ด คูดุส, ริชาร์ลิซอน, ร็องดาล โคโล มูอานี |
แนวทางการเล่น (ภาพรวม) และภาพแท็กติกที่เห็นในสนาม
ภาพรวมแท็กติกของ “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” คือ พาเลซพยายามสร้างเกมบุกด้วยการครองบอลและเคลื่อนที่เพื่อดึงแนวรับให้หลุดตำแหน่ง โดยมักพาบอลไปที่ริมเส้นเพื่อเปิดหรือแทงเข้าครึ่งช่อง แต่เมื่อสเปอร์สตั้งบล็อกเกมรับได้แน่น พาเลซจึงต้องยิงจากมุมที่ยากขึ้นหรือจบจังหวะเร็วเกินไป ขณะเดียวกันสเปอร์สเลือกจังหวะเล่นที่มีความเสี่ยงต่ำ เน้นตัดเกมและโต้กลับเป็นช่วง ๆ ไม่จำเป็นต้องครองบอลเยอะ แต่ใช้โอกาสคุณภาพสูงและลูกตั้งเตะเป็นอาวุธ ซึ่งท้ายที่สุดก็ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในเกมนี้
นักเตะคนสำคัญ (Key Players) — ใครเปลี่ยนเกม?
ผู้เล่นที่เด่นที่สุดของสเปอร์สคือ อาร์ชี เกรย์ ที่ทำประตูชัยจากจังหวะโขกจ่อ ๆ ซึ่งเป็นการตอบแทนความพยายามของทีมในลูกนิ่งอย่างเต็มที่ ส่วน เปโดร ปอร์โร มีบทบาทชัดเจนกับการเปิดเตะมุมและการเติมเกมริมเส้นที่ทำให้พาเลซต้องระวังตลอด ขณะเดียวกัน ฟาน เดอ เฟน คือคนที่ช่วยให้สเปอร์สยืนระยะได้ในช่วงโดนกดดัน เพราะการอ่านเกมและการคุมพื้นที่ทำให้พาเลซต้องยิงจากตำแหน่งที่ไม่ถนัด ด้าน ริชาร์ลิซอน แม้จะไม่ได้มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่มีส่วนกับจังหวะสำคัญและเป็นตัวทำให้แนวรับพาเลซวุ่นวายเป็นระยะ
ฝั่งพาเลซ นักเตะที่ทำให้เกมเดินหน้าได้คือ อดัม วอร์ตัน ซึ่งคุมจังหวะและพยายามหาทางเปลี่ยนด้านเพื่อเร่งเกม รวมถึง มาร์ก เกฮี ที่คุมแนวรับและพยายามดันไลน์ให้ทีมเล่นเกมรุกได้ต่อเนื่อง ส่วน มาเตต้า คือคนที่พาเลซหวังให้จบสกอร์จากพื้นที่อันตราย แต่ในวันแบบนี้จังหวะสัมผัสบอลสุดท้ายและความเด็ดขาดยังไม่มา โอกาสหลายครั้งจึงไม่กลายเป็นประตู แม้ภาพรวมทีมจะทำได้ดีในเชิงการพาบอลไปถึงพื้นที่สุดท้ายก็ตาม
สถิติหลังเกม (Match Stats Overview)
เมื่อดูสถิติจะยิ่งยืนยันธีมของ “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” ได้ชัดเจน พาเลซครองบอลมากกว่าและมีจำนวนการยิงมากกว่า แถมค่า xG ก็สูงกว่า ซึ่งสะท้อนว่าพาเลซมีโอกาสจริง แต่ตัวเลขอีกชุดหนึ่งกลับบอกเรื่องสำคัญที่สุดคือ “ความแม่นยำ” เพราะสเปอร์สยิงเข้ากรอบมากกว่าและป้องกันพื้นที่อันตรายได้ดี ทำให้พาเลซแม้จะยิงเยอะ แต่เป็นการยิงที่ไม่คมพอหรือถูกบีบให้ยิงจากมุมที่ยาก ส่งผลให้เกมจบด้วยความผิดหวังของเจ้าบ้าน
| สถิติ | คริสตัล พาเลซ | ท็อตแน่ม | อ่านค่าแบบสั้น |
|---|---|---|---|
| ครองบอล | 62.2% | 37.8% | พาเลซคุมบอลและจังหวะเกมได้มากกว่า แต่ยังขาดจังหวะปิดสกอร์ |
| xG | 1.31 | 0.84 | พาเลซมีโอกาสคุณภาพรวมสูงกว่า แต่สเปอร์สใช้โอกาสสำคัญได้ดีกว่า |
| ยิงทั้งหมด | 15 | 8 | พาเลซบุกมากกว่า แต่จำนวนยิงไม่เท่ากับคุณภาพการยิง |
| ยิงเข้ากรอบ | 2 | 4 | สเปอร์สมีความแม่นยำกว่า และทำให้เกมรับเล่นง่ายขึ้น |
| เตะมุม | 3 | 2 | สเปอร์สเตะมุมน้อยกว่า แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้ |
| ใบเหลือง | 3 | 2 | เกมมีการปะทะและตัดฟาวล์ตามจังหวะเพื่อหยุดเกมรุก |
อ่านเกมจากสถิติ: ทำไมพาเลซเหนือกว่าแต่แพ้?
คำตอบของเกม “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” อยู่ที่ความต่างระหว่าง “ปริมาณ” กับ “ประสิทธิภาพ” พาเลซทำได้ดีในการครองบอลและพาบอลขึ้นไปในพื้นที่สุดท้าย แต่เมื่อถึงช่วงต้องจบให้เป็นประตู กลับยิงเข้ากรอบน้อยมาก ซึ่งมักเกิดจากการถูกบีบให้ยิงจากมุมแคบ หรือการตัดสินใจจ่าย-ยิงที่ช้าไปเสี้ยววินาที ส่วนสเปอร์สแม้ยิงน้อยกว่า แต่ยิงเข้ากรอบมากกว่า และได้ประตูจากจังหวะลูกนิ่งที่ชัดเจนที่สุดของเกม จึงสะท้อนความเฉียบคมในช่วงเวลาสำคัญ
อีกมุมหนึ่งคือวิธีการป้องกันของสเปอร์สที่ทำให้พาเลซต้องออกบอลไปด้านข้างบ่อยครั้ง เมื่อการโจมตีถูกดันไปริมเส้น การเข้าทำจึงกลายเป็นการเปิดเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนคุมอยู่แล้ว หรือเป็นการยิงไกลที่ไม่ได้คุณภาพสูงมากนัก ทำให้แม้ค่า xG ของพาเลซจะดูดี แต่การแปลงโอกาสเป็นประตูยังไม่เกิด ในทางกลับกันสเปอร์สบริหารช่วงเวลาหลังได้ประตูได้ดี ลดความเสี่ยงและเลือกเล่นให้เกมช้าลงตามสถานการณ์ จึงรักษาสกอร์ได้จนจบแบบทีมที่ “รู้วิธีชนะ” ในเกมสูสี
เดิมพันส่งท้ายปี2025 ส่งบิลพร้อมลุ้นรางวัลมายมาย
บทสรุปสั้นแบบอ่านจบใน 10 วินาที (TL;DR)
สรุปให้สั้นที่สุด เกม “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” คือพาเลซครองบอลและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่จบไม่คมและยิงเข้ากรอบน้อย ขณะที่สเปอร์สเล่นรัดกุม มีวินัยเกมรับ และเปลี่ยนลูกเตะมุมเป็นประตูชัยจาก อาร์ชี เกรย์ นาที 42 โดยมีจังหวะ VAR ตัดสินล้ำหน้าที่ทำให้เกมยิ่งตึงและสเปอร์สไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเปิดหน้าแลกมากนัก จบเกมด้วยสามแต้มจากรายละเอียดล้วน ๆ
FAQ — คำถามที่พบบ่อยจากเกมนี้
ใครยิงประตูชัยในเกม คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส?
ผู้ทำประตูชัยของเกม “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” คือ อาร์ชี เกรย์ โดยเกิดขึ้นในนาที 42 จากลูกเตะมุมที่เปิดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะมีจังหวะโหม่งชงและเกรย์โขกจ่อ ๆ เข้าไป จุดนี้สำคัญมากเพราะเป็นประตูที่เปลี่ยนรูปเกมทันที ทำให้สเปอร์สสามารถคุมจังหวะและคุมความเสี่ยงได้มากขึ้น ขณะที่พาเลซต้องเร่งเกมจนเกิดความรีบในจังหวะสุดท้าย
เกมนี้มีจุดโทษไหม?
เกมนี้ไม่มีจุดโทษเกิดขึ้นเลย และไม่มีจังหวะที่ต้องตัดสินด้วยการให้เป่าเพนัลตีโดยตรง อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำหน้าที่ “ชี้ชะตา” แทนจุดโทษคือประสิทธิภาพจากลูกตั้งเตะและการคุมรายละเอียดในกรอบเขตโทษ โดยเฉพาะลูกเตะมุมที่สเปอร์สใช้เป็นอาวุธจนได้ประตูชัย รวมถึงจังหวะ VAR ที่มีผลต่อการนับประตู ทำให้ทั้งเกมอยู่บนเส้นบาง ๆ ตลอด 90 นาที
ทำไมสเปอร์สดูเหมือนยิงเข้าได้มากกว่า 1 ลูก แต่ชนะ 1-0?
เหตุผลที่สเปอร์สดูเหมือนจะมีมากกว่า 1 ประตูในเกม “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” เป็นเพราะมีจังหวะที่บอลเข้าประตู แต่ถูก VAR ตรวจสอบแล้วตัดสินว่าอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จึงไม่ถูกนับเป็นสกอร์เพิ่ม เหตุการณ์ลักษณะนี้ทำให้เกมตึงมากขึ้น เพราะพาเลซรู้สึกเหมือนรอดพ้นจากการเสียประตู ขณะที่สเปอร์สก็ยิ่งต้องเล่นแบบละเอียดและระวังมากขึ้น เพื่อไม่ให้เสียสมาธิและโดนตีเสมอจากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว
พาเลซแพ้ทั้งที่ครองบอลเยอะ เพราะอะไร?
สาเหตุหลักที่พาเลซแพ้ทั้งที่ครองบอลมากกว่าในเกม “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” คือความไม่เฉียบคมในจังหวะสุดท้าย แม้จะขึ้นเกมได้ดีและมีจำนวนยิงมากกว่า แต่ยิงเข้ากรอบน้อยมาก ทำให้โอกาสไม่เปลี่ยนเป็นประตู ขณะเดียวกันสเปอร์สคุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษได้ดี บีบให้พาเลซต้องยิงจากมุมที่ยากหรือจบเร็วเกินไป เมื่อโอกาสดี ๆ มีไม่กี่ครั้ง การพลาดเพียงหนึ่งหรือสองหนจึงกลายเป็นความแตกต่างระหว่างแต้มกับไม่มีแต้มทันที
จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมคืออะไร?
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของ “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” คือประตูจากลูกเตะมุมในนาที 42 เพราะหลังจากนั้นสเปอร์สได้เปรียบและปรับเกมให้ปลอดภัยมากขึ้น คุมพื้นที่สำคัญและลดความเสี่ยงในการครองบอลแดนตัวเอง ขณะที่พาเลซต้องเร่งเกมเพื่อเอาคืน ทำให้เกมรุกดูดุดันขึ้นแต่ก็เพิ่มความรีบและความผิดพลาดในจังหวะจบสกอร์ รวมถึงต้องระวังการสวนกลับ จึงไม่สามารถทุ่มทุกอย่างแบบสุดทางได้จนเกิดประตูตีเสมอ
บทส่งท้าย: เกมที่ชนะด้วยรายละเอียด และแพ้เพราะความไม่คม
เมื่อมองย้อนกลับ เกม “คริสตัล พาเลซ 0-1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส” ไม่ได้เป็นเกมที่ฝ่ายชนะเหนือกว่าทุกมิติ แต่เป็นเกมที่สเปอร์สทำสิ่งเล็ก ๆ ให้ถูกต้องเกือบทั้งหมด ตั้งแต่การยืนตำแหน่งในเกมรับ การคุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษ ไปจนถึงการเล่นลูกตั้งเตะที่มีแบบแผนชัดเจน ขณะที่พาเลซมีองค์ประกอบของเกมรุกครบ ทั้งการครองบอลและการกดดัน แต่ขาดความเด็ดขาดในวินาทีสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่แยกทีมที่ “เล่นดี” ออกจากทีมที่ “ชนะ” ได้อย่างชัดเจนในค่ำคืนนี้
