ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์เดย์ที่ 30 ของฤดูกาล เป็นการพบกันระหว่างทีมจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 8 ของตาราง เกมนี้ได้รับความสนใจจากแฟนบอลจำนวนมากเพราะทั้งสองทีมกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดี และมีเป้าหมายสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล โดยเฉพาะเจ้าถิ่นที่ต้องการสามคะแนนเพื่อรักษาระยะห่างบนหัวตารางให้ได้มากที่สุด

ในเกมนี้ อาร์เซน่อลต้องลุ้นจนถึงช่วงท้ายเกมก่อนจะมาได้สองประตูสำคัญจากตัวสำรองอย่าง วิคตอร์ โยเคเรส และดาวรุ่งอย่าง แม็กซ์ ดาวแมน ช่วยกันทำคนละประตูในช่วงท้ายเกม ส่งให้เจ้าถิ่นเอาชนะเอฟเวอร์ตันไปได้ 2-0 เก็บสามคะแนนล้ำค่าและทำให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์ยังคงได้เปรียบอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทีมเยือนแม้จะสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ยังขาดความเฉียบคมในการจบสกอร์

 

สรุปผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล พบ เอฟเวอร์ตัน

การแข่งขันเกมนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้นตั้งแต่ต้นเกม อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายครองบอลและพยายามเปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่องตามสไตล์การเล่นของทีมภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แต่เอฟเวอร์ตันเองก็แสดงให้เห็นถึงความอันตรายในจังหวะสวนกลับ และเกือบจะเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำหลายครั้งในครึ่งแรก อย่างไรก็ตามเมื่อโอกาสไม่เป็นประตู สุดท้ายจึงเป็นเจ้าถิ่นที่ใช้ความเฉียบคมในช่วงท้ายเกมคว้าชัยไปได้

รายการ รายละเอียด
การแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
คู่แข่งขัน อาร์เซน่อล พบ เอฟเวอร์ตัน
สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
ผลการแข่งขัน อาร์เซน่อล 2-0 เอฟเวอร์ตัน
ผู้ทำประตู โยเคเรส (89), ดาวแมน (90+6)

ไฮไลท์ฟุตบอล อาร์เซน่อล พบ เอฟเวอร์ตัน ครึ่งแรก

เริ่มเกมในครึ่งแรก อาร์เซน่อลพยายามเปิดเกมบุกตั้งแต่ช่วงต้นด้วยการครองบอลในแดนกลางและพยายามหาจังหวะเจาะแนวรับของเอฟเวอร์ตัน แต่ทีมเยือนวางแท็กติกเกมรับได้อย่างมีระเบียบ ทำให้เจ้าถิ่นยังไม่สามารถสร้างโอกาสจบสกอร์แบบชัดเจนได้ในช่วงต้นเกม และต้องค่อย ๆ ใช้การต่อบอลเพื่อหาช่องว่างในแนวรับของทีมเยือน

นาทีที่ 16 เอฟเวอร์ตันได้โอกาสลุ้นประตูขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่ ดไวท์ แม็คนีล ได้รับบอลในกรอบเขตโทษก่อนจะยิงด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่บอลไปติดขาของแนวรับอาร์เซน่อลอย่าง ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ที่เข้ามาบล็อกได้อย่างหวุดหวิด ทำให้เจ้าถิ่นรอดพ้นการเสียประตูไปแบบหวุดหวิด

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที เอฟเวอร์ตันเกือบได้ประตูอีกครั้ง เมื่อ ดไวท์ แม็คนีล ได้โอกาสปั่นบอลจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งโค้งไปชนเสา ก่อนจะกระดอนมาโดนตัว อิลิมาน เอ็นดิอาย และออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ทีมเยือนพลาดโอกาสทองในการขึ้นนำอย่างน่าผิดหวัง

เกมยังคงดำเนินไปอย่างสูสี และในนาทีที่ 31 เอฟเวอร์ตันมีโอกาสลุ้นอีกครั้งจากการยิงไกลของ เคียร์แนน ดิวส์เบอรี่-ฮอลล์ ที่กดด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงและตรงกรอบ แต่ ดาบิด ราย่า ผู้รักษาประตูของอาร์เซน่อลยังคงโชว์ปฏิกิริยาเซฟเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ครึ่งแรกยังไม่มีประตูเกิดขึ้น

ไฮไลท์ฟุตบอล อาร์เซน่อล พบ เอฟเวอร์ตัน ครึ่งหลัง

เริ่มต้นครึ่งหลังได้เพียงสองนาที เอฟเวอร์ตันเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งเมื่อ เบโต้ ได้จังหวะกลับตัวยิงในกรอบเขตโทษ แต่ ดาบิด ราย่า ยังคงโชว์ฟอร์มเหนียวแน่นพุ่งเซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง ทำให้สกอร์ยังคงเสมอกันอยู่และทำให้เกมยังคงเปิดกว้างสำหรับทั้งสองทีม

หลังผ่านหนึ่งชั่วโมงของการแข่งขัน อาร์เซน่อลเริ่มเพิ่มความดุดันในเกมรุกมากขึ้น โดยพยายามใช้การเข้าทำจากริมเส้นและการประสานงานในแดนกลางเพื่อเจาะแนวรับของเอฟเวอร์ตัน นาทีที่ 61 บูคาโย่ ซาก้า ได้โอกาสยิงในกรอบเขตโทษ แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ยังโชว์เซฟสำคัญช่วยทีมเอาไว้ได้อีกครั้ง

มิเกล อาร์เตต้า ตัดสินใจเปลี่ยนเกมด้วยการส่งตัวสำรองลงสนาม โดยให้ วิคตอร์ โยเคเรส และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ลงมาเพิ่มความสดในเกมรุก ซึ่งการเปลี่ยนตัวครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม เพราะช่วยเพิ่มความเร็วและความหลากหลายในการเข้าทำของอาร์เซน่อลอย่างชัดเจน

จังหวะสำคัญท้ายเกม

ในที่สุดความพยายามของอาร์เซน่อลก็มาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 89 จากจังหวะที่ แม็กซ์ ดาวแมน เปิดบอลเข้าไปหน้าประตู และเป็นจังหวะที่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ออกมาตัดบอลพลาด ทำให้บอลกระดอนมาเข้าทาง วิคตอร์ โยเคเรส ที่ยืนอยู่หน้าประตู ก่อนจะยิงเข้าไปง่าย ๆ ส่งให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนบอลในสนาม

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+6 อาร์เซน่อลมาได้ประตูที่สองจากจังหวะสวนกลับเร็ว เมื่อเอฟเวอร์ตันดันผู้เล่นขึ้นไปลุ้นลูกเตะมุมทั้งหมด ทำให้พื้นที่ในแดนหลังเปิดกว้าง แม็กซ์ ดาวแมน ได้บอลกลางสนามก่อนจะเลี้ยงเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านผู้รักษาประตูอย่างง่ายดาย ปิดเกมให้เจ้าถิ่นเอาชนะไป 2-0 อย่างเด็ดขาด

สถิติสำคัญของการแข่งขัน

สถิติการแข่งขัน อาร์เซน่อล เอฟเวอร์ตัน
การครองบอล 63% 37%
โอกาสยิงทั้งหมด 16 9
ยิงตรงกรอบ 7 4
เตะมุม 8 3
ฟาวล์ 10 12

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม

อาร์เซน่อล (4-2-3-1)

ดาบิด ราย่า – เยอร์เรียน ทิมเบอร์, วิลเลี่ยม ซาลีบา, กาเบรียล มากัลเญส, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ – มาร์ติน ซูบีเมนดี้, เดแคลน ไรซ์ – บูคาโย่ ซาก้า, เอเบเรชี่ เอเซ่, โนนี่ มาดูเอเก้ – ไค ฮาแวร์ตซ์ โดยมีตัวสำรองสำคัญอย่าง วิคตอร์ โยเคเรส และ แม็กซ์ ดาวแมน ที่ลงมาเปลี่ยนเกมในช่วงครึ่งหลัง

เอฟเวอร์ตัน (4-2-3-1)

จอร์แดน พิคฟอร์ด – เจมส์ การ์เนอร์, เจค โอไบรอัน, ไมเคิ่ล คีน, วิตาลี มิโคเลนโก้ – ทิม อิโรเอกบูนัม, อิดริสซ่า กาน่า เกย์ – ดไวท์ แม็คนีล, เคียร์แนน ดิวส์เบอรี่-ฮอลล์, อิลิมาน เอ็นดิอาย – เบโต้ ซึ่งทีมของ เดวิด มอยส์ พยายามเล่นอย่างมีวินัยและสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ยังขาดความเฉียบคมในการจบสกอร์

สถานการณ์บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ชัยชนะในเกมนี้ทำให้อาร์เซน่อลเก็บเพิ่มเป็น 70 คะแนน ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก และทิ้งห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปถึง 10 คะแนน แม้ว่าจะลงเล่นมากกว่าอยู่สองนัดก็ตาม อย่างไรก็ตามผลงานที่ยอดเยี่ยมในช่วงหลังทำให้ทีมของมิเกล อาร์เตต้า ยืดสถิติไม่แพ้ใครในทุกรายการเป็น 12 นัดติดต่อกัน และยังชนะเกมในบ้านติดต่อกันถึง 5 นัด

สำหรับเอฟเวอร์ตัน แม้จะแพ้ในเกมนี้ แต่ผลงานโดยรวมยังถือว่าน่าพอใจ เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาชนะมาแล้วสองนัดติดต่อกันในลีก และยังคงมีลุ้นทำอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้า หากสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีแบบนี้ต่อไปได้ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล