โปรแกรมมวย ศึกเกียรติเพชร TOP KING ประจำวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 จัดการแข่งขัน ณ เวทีมวยสยามอ้อมน้อย เริ่มเวลา 14:30 น. เป็นรายการที่แฟนมวยนิยมติดตามต่อเนื่อง เพราะได้เห็นทั้งไฟต์ที่ชั่งตามพิกัดแบบเรียบร้อยและไฟต์ที่มีตัวแปรจากการชั่งน้ำหนักซึ่งช่วยเพิ่มมุมมองก่อนขึ้นชกจริง บทความนี้สรุปโปรแกรมให้ครบทุกคู่ตามข้อมูลที่ประกาศ พร้อมพิกัดและผลชั่งน้ำหนักแยกมุมแดงกับมุมน้ำเงิน เพื่อให้คุณตรวจสอบได้รวดเร็วและนำไปใช้อ่านประกอบการติดตามการแข่งขันบนเวทีได้อย่างเป็นระบบตั้งแต่คู่แรก

โปรแกรมมวย ศึกเกียรติเพชร TOP KING วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 ณ เวทีมวยสยามอ้อมน้อย เวลา 14:30 น. พร้อมผลชั่งน้ำหนักครบทุกคู่

 

วันแข่งขัน: วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568
สถานที่: เวทีมวยสยามอ้อมน้อย
เวลาเริ่มแข่งขัน: 14:30 น.
จำนวนคู่: 4 คู่
ข้อมูลประกอบ: พิกัดและผลชั่งน้ำหนักแยกมุมแดง/มุมน้ำเงินครบทุกคู่

 

ไฮไลต์จากผลชั่งน้ำหนัก (จุดที่ควรจับตาก่อนเริ่มชก)

วันนี้มีทั้งไฟต์ที่ “ชั่งได้ตามพิกัด” และไฟต์ที่มีตัวแปรชัดเจน โดยคู่ที่ 1 สิงห์พยัคฆ์ กิตติเมืองสตูล พบ แสงศักดิ์ดา แสงทองค้าแก๊ส พิกัด 127 ชั่งได้ตามพิกัดทั้งสองฝ่าย และคู่ที่ 2 ซุปเปอร์บอส กระเป๋าลิงกี้ พบ อัลพาร์ด รถสวยจ่าเจต พิกัด 100 ก็ชั่งได้ตามพิกัดทั้งคู่เช่นกัน ทำให้สองคู่นี้น่าดูในเชิงจังหวะ การคุมระยะ และความชัดของอาวุธมากกว่าประเด็นเรื่องน้ำหนัก เพราะตัวเลขนิ่งและไม่มีภาระต้องลดหรือขาดพิกัดให้เป็นตัวแปรหลักก่อนขึ้นเวที

ส่วนไฟต์ที่มีตัวแปรจากการชั่งน้ำหนักเด่นคือคู่ที่ 3 พลายพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ พิกัด 116 ชั่งได้ 115.6 ขาด 0.4 และบิ๊กบอส ศ.ศศิวัฒน์ พิกัด 116 ชั่งได้ 115.4 ขาด 0.6 ซึ่งเป็นคู่ที่ทั้งสองฝ่ายขาดพิกัด ทำให้แฟนมวยมักจับตาเรื่องสปีด การเข้าออกระยะ และการชิงจังหวะต้นยก ขณะที่คู่ที่ 4 เฟส เอราวัณ พิกัด 126 ชั่งได้ 127.8 เกิน 1.8 และดาบดำ ปตท.ทองทวี พิกัด 126 ชั่งได้ 127.4 เกิน 1.4 เป็นคู่ที่ชั่งเกินพิกัดสูงทั้งสองฝ่ายและต้องลดมาก จึงน่าดูว่าใครจะออกมาสดกว่าและยืนระยะได้ดีกว่าเมื่อเกมเข้าสู่ยกกลางถึงยกท้าย

ตารางรวมโปรแกรมมวย ศึกเกียรติเพชร TOP KING (พิกัด + ผลชั่งน้ำหนักครบทุกคู่)

ตารางรวมต่อไปนี้โดยแยกมุมแดงและมุมน้ำเงิน พร้อมพิกัด ผลชั่งได้ และสถานะน้ำหนักแบบชัดเจนเพื่อให้คุณสแกนดูได้รวดเร็ว หากต้องการโฟกัสไฟต์ที่มีตัวแปรเรื่องน้ำหนักสามารถดูที่คอลัมน์สถานะได้ทันที โดยคู่ที่ 3 เป็นไฟต์ที่ขาดพิกัดทั้งสองฝ่าย ส่วนคู่ที่ 4 เป็นไฟต์ที่ชั่งเกินพิกัดและต้องลดมากทั้งสองฝ่าย เมื่ออ่านตารางรวมจบแล้ว คุณสามารถเลื่อนลงไปอ่านรายละเอียดรายคู่พร้อมตารางเฉพาะคู่เพื่อเห็นข้อมูลแบบลึกขึ้น และใช้เป็นจุดสังเกตระหว่างชมการแข่งขันจริงได้สะดวก

คู่ มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ (แดง) สถานะ (แดง) มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ (น้ำเงิน) สถานะ (น้ำเงิน)
1 สิงห์พยัคฆ์ กิตติเมืองสตูล 127 ตามพิกัด ตามพิกัด แสงศักดิ์ดา แสงทองค้าแก๊ส 127 ตามพิกัด ตามพิกัด
2 ซุปเปอร์บอส กระเป๋าลิงกี้ 100 ตามพิกัด ตามพิกัด อัลพาร์ด รถสวยจ่าเจต 100 ตามพิกัด ตามพิกัด
3 พลายพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ 116 115.6 ขาด 0.4 บิ๊กบอส ศ.ศศิวัฒน์ 116 115.4 ขาด 0.6
4 เฟส เอราวัณ 126 127.8 เกิน 1.8 ต้องลด ดาบดำ ปตท.ทองทวี 126 127.4 เกิน 1.4 ต้องลด

รายละเอียดโปรแกรมรายคู่ (ทุกคู่มีตารางประกอบ)

ด้านล่างเป็นรายละเอียดแบบแยกทีละคู่เพื่อให้อ่านง่ายและเห็นข้อมูลชัดขึ้น โดยทุกไฟต์จะมีตารางเฉพาะคู่แสดงชื่อมุมแดงและมุมน้ำเงิน พิกัด ผลชั่ง และสถานะน้ำหนักครบถ้วน พร้อมคำอธิบายเชิงจุดสังเกตที่ช่วยให้การติดตามสนุกขึ้น เช่น ไฟต์ที่ชั่งตามพิกัดทั้งคู่จะเน้นดูเรื่องจังหวะและความชัดของอาวุธ ส่วนไฟต์ที่ขาดพิกัดหรือชั่งเกินพิกัดจะเพิ่มมุมมองเรื่องความเร็ว ความสด และการยืนระยะในยกกลางถึงยกท้าย เมื่ออ่านครบทั้ง 4 คู่คุณจะเห็นภาพรวมรายการได้ทั้งแบบสรุปและแบบละเอียดในหน้าเดียวพร้อมใช้งานบน WordPress ได้ทันที

คู่ที่ 1 สิงห์พยัคฆ์ กิตติเมืองสตูล vs แสงศักดิ์ดา แสงทองค้าแก๊ส (พิกัด 127)

คู่ที่ 1 อยู่พิกัด 127 โดยมุมแดง สิงห์พยัคฆ์ กิตติเมืองสตูล และมุมน้ำเงิน แสงศักดิ์ดา แสงทองค้าแก๊ส ชั่งได้ตามพิกัดทั้งสองฝ่าย ทำให้ไฟต์นี้แทบไม่มีตัวแปรเรื่องน้ำหนักให้ต้องกังวลมาก และช่วยให้คนดูโฟกัสไปที่รูปเกมได้เต็มที่ว่าฝ่ายไหนจะคุมระยะได้ก่อน ฝ่ายไหนจะออกอาวุธได้ชัดกว่า และฝ่ายไหนจะรักษาความนิ่งในช่วงท้ายยกได้ดีกว่า เมื่อผลชั่งนิ่งแบบนี้ รายละเอียดอย่างการเตะนำ การถีบคุมพื้นที่ และการปิดท้ายยกด้วยอาวุธที่เห็นภาพมักเป็นจุดชี้ขาดสำคัญในแต่ละยก

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
สิงห์พยัคฆ์ กิตติเมืองสตูล 127 ตามพิกัด ตามพิกัด แสงศักดิ์ดา แสงทองค้าแก๊ส 127 ตามพิกัด ตามพิกัด

การติดตามคู่นี้ควรดูตั้งแต่ยกแรกว่าใครเป็นฝ่ายคุมจังหวะได้ก่อน เพราะเมื่อทั้งสองฝ่ายชั่งตามพิกัด ความได้เปรียบมักมาจากการออกอาวุธที่เข้าเป้าแบบชัดและการรักษาทรงหลังออกอาวุธให้ดูเหนือกว่า หากฝ่ายใดทำแต้มได้ก่อน อีกฝ่ายจะต้องเร่งเกมมากขึ้น ซึ่งมักทำให้เกิดจังหวะแลกอาวุธที่เห็นภาพชัดในยกกลาง ขณะเดียวกันการปิดท้ายยกก็สำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ทำให้ภาพรวมคะแนนของยกนั้นเอนเอียงได้ทันที แม้ตลอดยกจะผลัดกันทำแต้มสูสีก็ตาม ดังนั้นคู่นี้เหมาะกับการดูเชิงเทคนิคและรายละเอียดจังหวะมากเป็นพิเศษ

คู่ที่ 2 ซุปเปอร์บอส กระเป๋าลิงกี้ vs อัลพาร์ด รถสวยจ่าเจต (พิกัด 100)

คู่ที่ 2 อยู่พิกัด 100 โดยมุมแดง ซุปเปอร์บอส กระเป๋าลิงกี้ และมุมน้ำเงิน อัลพาร์ด รถสวยจ่าเจต ชั่งได้ตามพิกัดทั้งสองฝ่าย ทำให้ไฟต์นี้เป็นอีกคู่ที่ตัวเลขนิ่งและสามารถวัดกันที่รูปเกมเป็นหลัก เมื่อพิกัดอยู่ช่วง 100 เกมมักเดินเร็วขึ้น การเข้าออกระยะถี่ขึ้น และการทำแต้มมักเกิดจากอาวุธที่ออกเป็นชุดสั้น ๆ แต่เข้าเป้าแบบเห็นภาพชัด ฝ่ายที่คุมพื้นที่ได้ก่อนและทำให้คู่ชกเสียจังหวะได้บ่อยจะมีโอกาสสะสมคะแนนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากปิดท้ายยกได้ดีจะช่วยสร้างภาพคะแนนให้ชัดขึ้น

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
ซุปเปอร์บอส กระเป๋าลิงกี้ 100 ตามพิกัด ตามพิกัด อัลพาร์ด รถสวยจ่าเจต 100 ตามพิกัด ตามพิกัด

จุดสังเกตของคู่นี้คือความต่อเนื่องของอาวุธและการคุมระยะกลางเวที เพราะเมื่อทั้งคู่ชั่งตามพิกัด โอกาสแพ้ชนะมักอยู่ที่ใครอ่านเกมได้ก่อนและใครทำแต้มให้ชัดกว่าในจังหวะสำคัญ เช่น การเตะนำที่เข้าเป้าเต็ม การถีบคุมระยะให้คู่ชกต้องถอย และการสวนกลับในจังหวะที่อีกฝ่ายเดินเข้ามา หากฝ่ายใดชิงคะแนนนำได้ก่อน อีกฝ่ายจะต้องเร่งเกมและเปิดช่องมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดจังหวะแลกกันชัดในช่วงยกกลางและเพิ่มความสนุกให้ไฟต์นี้แบบลุ้นต่อยก โดยเฉพาะช่วงท้ายยกที่การปิดเกมให้เห็นภาพมีผลต่อภาพรวมคะแนนมาก

คู่ที่ 3 พลายพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ vs บิ๊กบอส ศ.ศศิวัฒน์ (พิกัด 116)

คู่ที่ 3 อยู่พิกัด 116 และเป็นไฟต์ที่ผลชั่งน้ำหนักให้มุมมองน่าสนใจ เพราะมุมแดง พลายพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ ชั่งได้ 115.6 ขาดพิกัด 0.4 ขณะที่มุมน้ำเงิน บิ๊กบอส ศ.ศศิวัฒน์ ชั่งได้ 115.4 ขาดพิกัด 0.6 ซึ่งเป็นสถานะที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ต่ำกว่าพิกัด ทำให้ภาพรวมไฟต์นี้อาจมีความเร็วและการชิงจังหวะมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงต้นยกที่ทั้งคู่มักใช้ความคล่องตัวเข้าออกระยะเพื่อทำแต้มและหลีกเลี่ยงการปะทะหนักตรง ๆ การมีผลชั่งขาดพิกัดทั้งสองฝ่ายช่วยให้คนดูตั้งข้อสังเกตได้ว่าเกมอาจเดินเร็วและมีการทำแต้มถี่ในช่วงแรก

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
พลายพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ 116 115.6 ขาด 0.4 บิ๊กบอส ศ.ศศิวัฒน์ 116 115.4 ขาด 0.6

แนวทางการดูคู่นี้ให้สนุกคือจับตาว่าใครคุมจังหวะได้ก่อนและใครทำแต้มให้เห็นภาพชัดกว่า เพราะเมื่อทั้งคู่ขาดพิกัด ความต่างอาจไปอยู่ที่ความแม่นของอาวุธและการปิดท้ายยกมากเป็นพิเศษ หากฝ่ายใดทำแต้มได้ก่อน อีกฝ่ายจะต้องเร่งเข้าหาและอาจเปิดช่องให้เกิดจังหวะสวนที่ชัดในยกกลาง ขณะเดียวกันการรักษาทรงหลังออกอาวุธก็สำคัญ เพราะเป็นภาพที่ทำให้กรรมการมองเห็นความเหนือกว่าได้ชัด หากเกมสูสี การปิดท้ายยกด้วยอาวุธที่เข้าเป้าหนักและชัดจะมีผลต่อคะแนนมาก และยิ่งเมื่อทั้งคู่มีความคล่องตัวจากการขาดพิกัด การสลับจังหวะเข้าออกระยะอาจทำให้ไฟต์นี้สนุกจากการแก้เกมต่อยกอย่างเห็นได้ชัด

คู่ที่ 4 เฟส เอราวัณ vs ดาบดำ ปตท.ทองทวี (พิกัด 126)

คู่ที่ 4 อยู่พิกัด 126 และเป็นคู่ที่มีประเด็นจากผลชั่งน้ำหนักเด่นที่สุดอีกคู่หนึ่ง เพราะมุมแดง เฟส เอราวัณ ชั่งได้ 127.8 เกินพิกัด 1.8 และต้องลดจำนวนมาก ขณะที่มุมน้ำเงิน ดาบดำ ปตท.ทองทวี ชั่งได้ 127.4 เกินพิกัด 1.4 และต้องลดเช่นกัน ทำให้ไฟต์นี้เป็นคู่ที่คนดูมักจับตาเรื่องความสดหลังการลดน้ำหนักของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อทั้งคู่ต้องลดระดับเกินหนึ่งกิโล ซึ่งอาจสะท้อนออกมาเป็นความเร็วต้นยก ความต่อเนื่องของอาวุธ และการยืนระยะในช่วงยกสามยกสี่ได้อย่างชัดเจน หากฝ่ายใดบริหารพลังได้ดีกว่าและยังคุมระยะได้ดีในยกกลาง โอกาสคุมเกมจะเพิ่มขึ้นทันที

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
เฟส เอราวัณ 126 127.8 เกิน 1.8 ต้องลด ดาบดำ ปตท.ทองทวี 126 127.4 เกิน 1.4 ต้องลด

การติดตามคู่นี้ควรเริ่มจากการดูยกแรกว่าใครออกมาด้วยความสดและความมั่นใจมากกว่า เพราะหลังการลดน้ำหนักมาก บางครั้งจะเห็นได้จากการเริ่มช้าลงหรืออาวุธไม่ต่อเนื่อง หากฝ่ายใดคุมเกมได้ก่อนด้วยอาวุธที่เห็นภาพชัด เช่น เตะนำคุมระยะ ถีบให้เสียจังหวะ หรือออกอาวุธสำคัญแล้วรักษาทรงได้ดี จะทำให้คู่ชกต้องเร่งและเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดจังหวะแลกอาวุธหนักในยกกลาง เมื่อเข้าสู่ยกท้าย การยืนระยะและการรักษาความนิ่งจะสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ความสดหลังลดน้ำหนักจะเริ่มแสดงผลชัด และการปิดท้ายยกด้วยอาวุธที่ชัดสามารถชี้ขาดภาพรวมคะแนนได้ทันที ทำให้ไฟต์นี้เหมาะกับการดูแบบลุ้นต่อยกจนจบ

วิธีอ่านผลชั่งน้ำหนัก (ตามพิกัด / ขาดพิกัด / เกินพิกัดต้องลด)

การอ่านผลชั่งน้ำหนักในโปรแกรมมวย ศึกเกียรติเพชร TOP KING สามารถดูได้จากสถานะหลักสามแบบคือ “ตามพิกัด” “ขาดพิกัด” และ “เกินพิกัดต้องลด” โดยคำว่า “ตามพิกัด” หมายถึงชั่งได้พอดีกับพิกัดที่กำหนด ส่วน “ขาดพิกัด” หมายถึงชั่งได้ต่ำกว่าพิกัด เช่น 115.6 ในพิกัด 116 จึงขาด 0.4 ขณะที่รูปแบบตัวเลขลักษณะ 127.8 – 1.8 หมายถึงชั่งเกินพิกัด 1.8 และต้องลดให้กลับเข้าสู่พิกัดก่อนขึ้นชกจริง การเข้าใจคำเหล่านี้ช่วยให้ผู้ชมตั้งข้อสังเกตได้ว่าบางไฟต์อาจมีตัวแปรเรื่องความสดหรือความเร็วที่ต่างกันตั้งแต่ก่อนชก

แม้ผลชั่งน้ำหนักจะเป็นข้อมูลก่อนการแข่งขัน แต่การนำไปใช้ที่เหมาะสมคือใช้เป็นจุดสังเกตระหว่างดูมากกว่าการสรุปแทนผลชก เช่น ไฟต์ที่ชั่งเกินมาก คนดูอาจสังเกตความต่อเนื่องของอาวุธในยกกลางและการยืนระยะในยกท้าย หรือไฟต์ที่ขาดพิกัดทั้งสองฝ่ายอาจสังเกตความไวและการชิงจังหวะต้นยกประกอบกันไป เมื่อคุณเชื่อมโยงข้อมูลชั่งน้ำหนักกับภาพบนเวทีจริง จะทำให้การติดตามโปรแกรมมวย ศึกเกียรติเพชร TOP KING สนุกขึ้นและเข้าใจเหตุผลของการเดินเกมในแต่ละยกได้ชัดเจนกว่าเดิม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมมวย ศึกเกียรติเพชร TOP KING

โปรแกรมมวย ศึกเกียรติเพชร TOP KING แข่งที่ไหน?

จัดการแข่งขันที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อย ตามกำหนดของรายการ ซึ่งเป็นเวทีที่แฟนมวยจำนวนมากคุ้นเคยและติดตามการแข่งขันกันต่อเนื่อง การรู้สถานที่จัดช่วยให้คุณวางแผนการติดตามได้สะดวกขึ้น ทั้งการเตรียมเวลาเดินทางหรือการจัดตารางชมให้ทันตั้งแต่คู่แรก และยังทำให้คุณสามารถใช้ข้อมูลพิกัดและผลชั่งน้ำหนักในหน้านี้เป็นจุดสังเกตประกอบการดูได้ครบถ้วนตั้งแต่เริ่มรายการเวลา 14:30 น.

เริ่มแข่งขันกี่โมง และวันนี้มีกี่คู่?

ศึกเกียรติเพชร TOP KING เริ่มเวลา 14:30 น. และวันนี้มีทั้งหมด 4 คู่ โดยมีทั้งคู่ที่ชั่งตามพิกัดทั้งสองฝ่ายและคู่ที่มีตัวแปรเรื่องน้ำหนักอย่างชัดเจน การเตรียมตัวให้ทันเวลาเริ่มช่วยให้คุณไม่พลาดคู่ต้นรายการ และยังทำให้ได้ดูต่อเนื่องตั้งแต่ไฟต์แรกจนถึงคู่ท้าย พร้อมทั้งสามารถไล่เช็กตารางรวมและตารางรายคู่เพื่อรู้ว่าคู่ไหนควรจับตาเรื่องความสดหรือความไวเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้การติดตามรายการสนุกขึ้นเพราะมีจุดสังเกตชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มชกจริง

คู่ไหนมีตัวแปรเรื่องน้ำหนักเด่นที่สุดในรายการวันนี้?

ในวันนี้ คู่ที่มีตัวแปรเรื่องน้ำหนักเด่นที่สุดคือคู่ที่ 4 เพราะทั้งสองฝ่ายชั่งเกินพิกัดมาก โดยมุมแดงเกิน 1.8 และมุมน้ำเงินเกิน 1.4 ทำให้คนดูมักจับตาความสดหลังการลดน้ำหนักและการยืนระยะในยกกลางถึงยกท้าย รองลงมาคือคู่ที่ 3 ซึ่งทั้งสองฝ่ายขาดพิกัด ทำให้ไฟต์น่าดูเรื่องความเร็ว การชิงจังหวะ และการเข้าออกระยะในช่วงต้นยก ขณะที่คู่ที่ 1 และ 2 ชั่งตามพิกัดทั้งคู่จึงเหมาะกับการดูเชิงแท็กติกและความชัดของอาวุธเป็นหลัก

สรุปภาพรวมก่อนเริ่มรายการ

โปรแกรมมวย ศึกเกียรติเพชร TOP KING วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อย เริ่มเวลา 14:30 น. จัดเต็ม 4 คู่พร้อมผลชั่งน้ำหนักครบ โดยวันนี้มีคู่ที่ชั่งตามพิกัดทั้งสองฝ่ายถึง 2 คู่ ทำให้แฟนมวยสามารถดูเชิงเกมได้เต็มที่ และมีคู่ที่ขาดพิกัดทั้งสองฝ่ายรวมถึงคู่ที่ชั่งเกินพิกัดต้องลดมากทั้งสองฝ่าย ซึ่งเพิ่มมุมมองให้การติดตามสนุกขึ้นจากเรื่องความสด ความเร็ว และการยืนระยะ หากคุณต้องการดูแบบเห็นภาพรวม แนะนำเริ่มจากตารางรวมเพื่อรู้ทั้งรายการในครั้งเดียว แล้วค่อยเลื่อนลงไปอ่านรายละเอียดรายคู่พร้อมตารางประกอบ จะช่วยให้การติดตามโปรแกรมมวย ศึกเกียรติเพชร TOP KING สนุกขึ้นและเข้าใจรูปเกมของแต่ละไฟต์ได้ชัดเจนตลอดทั้งรายการ