โปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี ประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 จัดการแข่งขันที่เวทีมวยราชดำเนิน เริ่มชกเวลา 18.00 น. เป็นช่วงเย็นถึงค่ำที่แฟนมวยจำนวนมากชอบติดตาม เพราะรายการเดินต่อเนื่องและได้เห็นหลายพิกัดในคืนเดียว ตั้งแต่พิกัดเล็กที่เกมมักเดินเร็ว ไปจนถึงพิกัดที่แรงปะทะชัดและต้องวัดกันด้วยความนิ่งของทรงมวย บทความนี้รวบรวมโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี ครบทั้ง 8 คู่ แยกมุมแดงและมุมน้ำเงิน พร้อมพิกัด ผลชั่งน้ำหนัก และสถานะขาดหรือเกินแบบละเอียด เพื่อให้คุณเช็กตารางก่อนเริ่มเชียร์ได้ทันทีและตามดูรูปเกมบนเวทีได้สนุกขึ้นตั้งแต่คู่แรกจนถึงคู่ท้าย

โปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 เวทีมวยราชดำเนิน เวลา 18.00 น. พร้อมผลชั่งน้ำหนักครบทุกคู่

 

วันแข่งขัน สถานที่ เวลาเริ่มชก จำนวนคู่ หมายเหตุสำคัญ
พฤหัสบดี 1 มกราคม 2569 เวทีมวยราชดำเนิน 18.00 น. 8 คู่ มีขาด/เกิน/ตามพิกัด และคู่พิกัดต่างกัน (108/109)

ตารางรวมโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี (พิกัด + ผลชั่งน้ำหนักครบทุกคู่)

ตารางรวมด้านล่างเป็นสรุปโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี ครบทั้ง 8 คู่ แยกมุมแดงและมุมน้ำเงิน พร้อมพิกัด ผลชั่ง และสถานะน้ำหนักแบบอ่านง่าย เพื่อให้คุณสแกนดูได้รวดเร็วว่าไฟต์ไหนขาดมาก ไฟต์ไหนเกินมาก และไฟต์ไหนชั่งตามพิกัด โดยการมีตารางรวมจะช่วยให้คุณวางภาพรายการได้ทันทีและตามดูต่อเนื่องโดยไม่สับสน เมื่อเห็นภาพรวมแล้วคุณสามารถเลื่อนลงไปอ่านรายละเอียดรายคู่ซึ่งมีตารางประกอบทุกไฟต์อีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจจุดสังเกตการรับชม เช่น การคุมระยะ การชิงจังหวะ การทำแต้มให้ชัด และการปิดท้ายยกให้เห็นภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูมวยให้สนุกตลอดรายการ

คู่ มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ (แดง) สถานะ (แดง) มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ (น้ำเงิน) สถานะ (น้ำเงิน)
1 ท่อนซุง ก.อ ดิศักดิ์ 117 115.8 ขาด 1.2 เพลิงพยัคฆ์ ค่ายพยัคฆ์ภูหลวง 117 116.8 ขาด 0.2
2 อินทรีดำ ศิษย์พนมทอง 133 133.9 เกิน 0.9 มิลาจ ว.อุรชา 133 132.5 ขาด 0.5
3 ทรงเดช เพชรนาคา 128 129.3 เกิน 1.3 รุ่งนิรันดร์ อ.วังหิน 128 ตามพิกัด ตามพิกัด
4 เพชรพิเชษฐ์ หจก.กุ็ปกุ็ปสุทธิ 137 ตามพิกัด ตามพิกัด มูฮัมหมัด เพชรยินดีอะคาเดมี่ 137 ตามพิกัด ตามพิกัด
5 เกรียนดาว จ.เมืองศรี 108 108.5 เกิน 0.5 เพชรอั่งเปา ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน 109 109.2 เกิน 0.2
6 ตวงพลอย เกียรติฉัตรชัย 112 112.3 เกิน 0.3 เพชรอนุชิต ส.ชัยเจริญ 112 111.6 ขาด 0.4
7 นิเชาว์ นุ้ยสี่มุมเมือง 136 137.3 เกิน 1.3 นพเก้า บ้านตากเรดิโอ 136 136.4 เกิน 0.4
8 เพชรบึงกาฬ ลูกเจ้าแม่ไทรทอง 119 118.9 ขาด 0.1 เจเจ เทพภาคิน 119 118.8 ขาด 0.2

ไฮไลต์จากผลชั่งน้ำหนักวันนี้ (คู่ไหนต่างกันชัด น่าจับตา)

โปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันนี้มีหลายคู่ที่ตัวเลขผลชั่งทำให้คนดูมีมุมสังเกตเพิ่มขึ้นทันที เช่น คู่ที่ 1 มุมแดงขาดถึง 1.2 ในพิกัด 117 ขณะที่มุมน้ำเงินขาดเพียง 0.2 ทำให้ความต่างของสถานะชัดและน่าดูว่าใครจะคุมจังหวะได้ก่อน รวมถึงคู่ที่ 3 ที่มุมแดงเกิน 1.3 ในพิกัด 128 ขณะที่มุมน้ำเงินชั่งตามพิกัด จึงยิ่งน่าจับตาว่าการคุมระยะและการทำอาวุธนำของแต่ละฝ่ายจะทำให้ภาพยกออกมาแบบไหน โดยเฉพาะช่วงยกสองยกสามที่เกมมักเริ่มชัดขึ้นและมีจังหวะสวนหรือจังหวะแลกที่เปลี่ยนความรู้สึกของยกได้ทันที

อีกคู่ที่น่าดูเป็นพิเศษจากโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี คือคู่ที่ 4 เพราะทั้งสองฝ่ายชั่งตามพิกัดในพิกัด 137 ทำให้ไม่มีตัวแปรเรื่องขาดหรือเกินให้ต้องคิดเพิ่ม และเกมมักตัดสินกันด้วยแท็กติก ความแม่น และความชัดของอาวุธล้วน ๆ ขณะเดียวกันคู่ที่ 5 มีพิกัดต่างกันในไฟต์เดียว (108/109) และทั้งสองฝ่ายชั่งเกินเล็กน้อย จึงทำให้คนดูอยากจับตาการคุมพื้นที่และการบริหารจังหวะตั้งแต่ต้นยกจนถึงยกท้าย รวมถึงคู่ที่ 7 ที่ทั้งสองฝ่ายเกินแต่ตัวเลขต่างกันมาก ก็เป็นอีกคู่ที่ทำให้การปิดท้ายยกและการรักษาทรงหลังออกอาวุธมีความสำคัญต่อภาพรวมคะแนนอย่างชัดเจนในสายตากรรมการและคนดู

รายละเอียดโปรแกรมรายคู่ (ทุกคู่มีตารางประกอบ)

ต่อไปเป็นรายละเอียดโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี แบบแยกทีละคู่ เพื่อให้คุณเห็นข้อมูลชัดขึ้นและช่วยให้การรับชมสนุกขึ้น โดยแต่ละไฟต์จะมีตารางเฉพาะคู่ที่สรุปชื่อมุมแดงและมุมน้ำเงิน พิกัด ผลชั่ง และสถานะน้ำหนักครบถ้วน พร้อมจุดสังเกตเชิงการรับชม เช่น การคุมระยะด้วยถีบหรือเตะนำ การชิงพื้นที่กลางเวที การเลือกจังหวะเข้าทำให้เข้าเป้าแบบเห็นภาพ และการปิดท้ายยกให้ชัดเพียงพอที่จะทำให้คะแนนเอนเอียง เมื่อคุณอ่านครบทั้ง 8 คู่จะได้ภาพรวมทั้งรายการและพร้อมเชียร์ตามช่วงเวลา 18.00 น. ได้ต่อเนื่องแบบไม่หลุดจังหวะ

คู่ที่ 1 ท่อนซุง ก.อ ดิศักดิ์ vs เพลิงพยัคฆ์ ค่ายพยัคฆ์ภูหลวง (พิกัด 117)

คู่ที่ 1 ของโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี อยู่พิกัด 117 โดยมุมแดง ท่อนซุง ก.อ ดิศักดิ์ ชั่งได้ 115.8 ขาด 1.2 ขณะที่มุมน้ำเงิน เพลิงพยัคฆ์ ค่ายพยัคฆ์ภูหลวง ชั่งได้ 116.8 ขาด 0.2 ทำให้ไฟต์เปิดรายการมีจุดน่าสนใจจากความต่างของสถานะขาดที่ชัดเจน พิกัด 117 มักเป็นเกมที่เริ่มเห็นแรงปะทะมากขึ้น แต่ยังคงมีความเร็วให้ชิงจังหวะกันได้ถี่ ดังนั้นการคุมระยะด้วยถีบ การเตะนำให้เสียจังหวะ และการออกอาวุธแล้วรักษาทรงไม่ให้เสียรูป จะเป็นรายละเอียดสำคัญที่ทำให้ภาพคะแนนของแต่ละยกดูชัดและอ่านเกมได้ง่ายขึ้น

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
ท่อนซุง ก.อ ดิศักดิ์ 117 115.8 ขาด 1.2 เพลิงพยัคฆ์ ค่ายพยัคฆ์ภูหลวง 117 116.8 ขาด 0.2

แนวทางดูคู่นี้ให้สนุกคือดูว่าใครคุมจังหวะได้ก่อนและใครปิดท้ายยกได้ชัดกว่า เพราะเมื่อสถานะขาดต่างกัน เกมอาจสะท้อนออกมาในจังหวะเข้าออกระยะและการยืนคุมเกม หากฝ่ายใดชิงคะแนนนำได้ก่อน อีกฝ่ายมักต้องเร่งเกมให้ถี่ขึ้นและเปิดช่องมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดจังหวะสวนหรือจังหวะแลกที่ตัดสินภาพรวมของยกได้ทันที ยิ่งเป็นคู่เปิดรายการของโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี คนดูมักจับตาทุกรายละเอียด การออกอาวุธให้เข้าเป้าเต็มและรักษาทรงนิ่งหลังจบจังหวะจึงเป็นหัวใจสำคัญของไฟต์นี้อย่างแท้จริง


คู่ที่ 2 อินทรีดำ ศิษย์พนมทอง vs มิลาจ ว.อุรชา (พิกัด 133)

คู่ที่ 2 ของโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี อยู่พิกัด 133 โดยมุมแดง อินทรีดำ ศิษย์พนมทอง ชั่งได้ 133.9 เกิน 0.9 ขณะที่มุมน้ำเงิน มิลาจ ว.อุรชา ชั่งได้ 132.5 ขาด 0.5 ทำให้ไฟต์นี้มีความต่างของสถานะน้ำหนักชัดเจนตั้งแต่ก่อนชก ซึ่งช่วยให้คนดูมีจุดสังเกตว่าใครจะคุมเชิงและคุมพื้นที่ได้ก่อน พิกัด 133 เป็นช่วงที่แรงปะทะและความชัดของอาวุธเริ่มเด่น การเตะลำตัวที่เข้าเป้าเต็ม การถีบคุมระยะให้คู่ชกเสียจังหวะ หรือการสวนกลับในจังหวะที่อีกฝ่ายเปิดช่อง จะเป็นภาพที่ทำให้คะแนนของยก “ชัด” และส่งผลต่อความรู้สึกของเกมโดยรวมได้มาก

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
อินทรีดำ ศิษย์พนมทอง 133 133.9 เกิน 0.9 มิลาจ ว.อุรชา 133 132.5 ขาด 0.5

จุดสังเกตของคู่นี้คือการยืนระยะและการปิดท้ายยก เพราะในพิกัด 133 เมื่อเกมเริ่มเข้มข้นช่วงยกกลาง ภาพการออกอาวุธสำคัญจะมีผลต่อคะแนนมาก หากฝ่ายใดทำแต้มได้ก่อนและคุมจังหวะให้อีกฝ่ายต้องเดินตาม จะทำให้ภาพรวมยกดูเหนือกว่าในสายตากรรมการ ขณะเดียวกันฝ่ายที่ตามมักต้องเร่งและเสี่ยงเปิดช่องมากขึ้น จึงเป็นไฟต์ที่มีโอกาสเกิดจังหวะสวนแบบเห็นภาพชัดได้เสมอ และเมื่อเกมสูสี การรักษาทรงหลังออกอาวุธไม่ให้เสียหลัก รวมถึงการปิดยกให้เห็นภาพชัด จะเป็นรายละเอียดที่ทำให้คะแนนเอนเอียงอย่างจับต้องได้จริง


คู่ที่ 3 ทรงเดช เพชรนาคา vs รุ่งนิรันดร์ อ.วังหิน (พิกัด 128)

คู่ที่ 3 ของโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี อยู่พิกัด 128 โดยมุมแดง ทรงเดช เพชรนาคา ชั่งได้ 129.3 เกิน 1.3 ขณะที่มุมน้ำเงิน รุ่งนิรันดร์ อ.วังหิน ชั่งได้ตามพิกัด ทำให้คู่นี้มีจุดน่าสนใจจากความต่างของสถานะน้ำหนักอย่างชัดเจน พิกัด 128 มักเป็นช่วงที่เกมมีทั้งความเร็วและแรงปะทะพอเหมาะ การคุมระยะด้วยถีบและเตะนำจะช่วยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนกำหนดจังหวะของเกมได้ก่อน และเมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มทำให้เกมเป็นของตัวเอง ภาพรวมคะแนนของยกก็จะเริ่มชัดและทำให้อีกฝ่ายต้องปรับแท็กติกเพื่อไล่ตามในยกถัดไป

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
ทรงเดช เพชรนาคา 128 129.3 เกิน 1.3 รุ่งนิรันดร์ อ.วังหิน 128 ตามพิกัด ตามพิกัด

การดูคู่นี้ให้สนุกควรจับตาการคุมจังหวะและการรักษาทรงเป็นพิเศษ เพราะความต่างของสถานะน้ำหนักอาจทำให้รูปเกมช่วงต้นออกมาไม่เหมือนกัน หากฝ่ายใดคุมระยะได้ดีและทำให้อีกฝ่ายเข้าทำยาก คะแนนจะเอนเอียงไปทางฝ่ายที่ทำได้ “ชัด” มากกว่าเสมอ ขณะเดียวกันหากอีกฝ่ายแก้เกมด้วยการเข้าออกระยะเร็วและเลือกจังหวะสวนที่เข้าเป้าแบบเห็นภาพ ก็มีโอกาสพลิกภาพยกได้ทันที โดยเฉพาะช่วงท้ายยกที่การออกอาวุธสำคัญให้เห็นภาพชัดและยืนทรงนิ่งหลังจบจังหวะ มักเป็นตัวปิดยกที่ทำให้คะแนนเอนเอียงอย่างจับต้องได้จริง


คู่ที่ 4 เพชรพิเชษฐ์ หจก.กุ็ปกุ็ปสุทธิ vs มูฮัมหมัด เพชรยินดีอะคาเดมี่ (พิกัด 137)

คู่ที่ 4 ของโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี อยู่พิกัด 137 โดยมุมแดง เพชรพิเชษฐ์ หจก.กุ็ปกุ็ปสุทธิ และมุมน้ำเงิน มูฮัมหมัด เพชรยินดีอะคาเดมี่ ชั่งได้ตามพิกัดทั้งสองฝ่าย ทำให้ไฟต์นี้ไม่มีตัวแปรเรื่องขาดหรือเกินให้ต้องกังวล และเหมาะกับการดูเชิงมวยแบบละเอียดว่าใครคุมพื้นที่กลางเวทีได้ก่อน พิกัด 137 เป็นช่วงที่ภาพอาวุธมักชัดขึ้น ทั้งการเตะลำตัวที่เข้าเต็ม การออกหมัดที่เข้าหน้าและทำให้เสียอาการ รวมถึงการเข้าคลุกแล้วทำงานให้ชัด โดยเมื่อทั้งคู่ชั่งตามพิกัด เกมจึงมีแนวโน้มตัดสินกันด้วยแท็กติก ความแม่น และความต่อเนื่องของการทำแต้มในแต่ละยก

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
เพชรพิเชษฐ์ หจก.กุ็ปกุ็ปสุทธิ 137 ตามพิกัด ตามพิกัด มูฮัมหมัด เพชรยินดีอะคาเดมี่ 137 ตามพิกัด ตามพิกัด

จุดสังเกตของคู่นี้คือใครทำให้อาวุธ “ชัด” มากกว่าในจังหวะสำคัญ และใครปิดท้ายยกได้ดีกว่า เพราะเมื่อเกมไม่มีตัวแปรจากน้ำหนัก เกมมักสูสีและตัดสินกันที่ความละเอียด เช่น การเตะนำให้ต่อเนื่องจนอีกฝ่ายเสียจังหวะ การเลือกเข้าทำแล้วออกจากวงในแบบไม่เสียทรง หรือการสวนกลับในจังหวะที่คู่ชกเดินเข้ามา หากฝ่ายใดชิงคะแนนนำได้ก่อน อีกฝ่ายจะต้องเร่งเกมและเสี่ยงมากขึ้นในยกถัดไป ซึ่งอาจทำให้เกิดจังหวะแลกที่เห็นภาพชัดและเปลี่ยนความรู้สึกของยกได้ทันที โดยเฉพาะช่วงยกสามยกสี่ที่เกมมักเข้มข้นและคะแนนเริ่มแยก


คู่ที่ 5 เกรียนดาว จ.เมืองศรี vs เพชรอั่งเปา ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน (พิกัด 108/109)

คู่ที่ 5 ของโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี เป็นไฟต์ที่ระบุพิกัดต่างกันในคู่เดียว โดยมุมแดง เกรียนดาว จ.เมืองศรี อยู่พิกัด 108 ชั่งได้ 108.5 เกิน 0.5 ขณะที่มุมน้ำเงิน เพชรอั่งเปา ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน อยู่พิกัด 109 ชั่งได้ 109.2 เกิน 0.2 ซึ่งทั้งสองฝ่ายชั่งตามพิกัดของตนเองตามที่ประกาศไว้ ทำให้ไฟต์นี้น่าสนใจในเชิงรายละเอียดว่าเมื่อพิกัดต่างกันเล็กน้อย รูปเกมจริงจะออกมาในทิศทางไหน โดยเฉพาะการคุมพื้นที่กลางเวที การเข้าออกระยะให้ทันจังหวะ และการทำอาวุธให้เข้าเป้าแบบเห็นภาพ เพราะพิกัดแถว 108-109 มักเป็นเกมที่เดินเร็วและชิงจังหวะถี่ ทำให้ดูสนุกและเปลี่ยนภาพยกได้รวดเร็ว

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
เกรียนดาว จ.เมืองศรี 108 108.5 เกิน 0.5 เพชรอั่งเปา ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน 109 109.2 เกิน 0.2

แนวทางดูคู่นี้ให้สนุกคือดูการคุมระยะด้วยอาวุธนำและการปิดท้ายยก เพราะในพิกัดเล็กที่เกมเดินไว คู่ชกมักเข้าออกระยะถี่จนคนดูรู้สึกว่าสูสี หากฝ่ายใดทำแต้มได้ก่อนและคุมจังหวะให้อีกฝ่ายต้องเดินตาม จะทำให้ภาพรวมยกดูเหนือกว่าในสายตากรรมการ ขณะเดียวกันฝ่ายที่ตามมักต้องเร่งและเสี่ยงเปิดช่องมากขึ้น จึงเป็นคู่ที่มีโอกาสเกิดจังหวะสวนแบบเห็นภาพชัดได้เสมอ โดยเฉพาะช่วงท้ายยกที่การออกอาวุธสำคัญให้เห็นภาพชัดและการยืนทรงนิ่งหลังออกอาวุธ มักเป็นตัวตัดสินความรู้สึกของยกได้แบบจับต้องได้ทันที


คู่ที่ 6 ตวงพลอย เกียรติฉัตรชัย vs เพชรอนุชิต ส.ชัยเจริญ (พิกัด 112)

คู่ที่ 6 ของโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี อยู่พิกัด 112 โดยมุมแดง ตวงพลอย เกียรติฉัตรชัย ชั่งได้ 112.3 เกิน 0.3 ขณะที่มุมน้ำเงิน เพชรอนุชิต ส.ชัยเจริญ ชั่งได้ 111.6 ขาด 0.4 ทำให้ไฟต์นี้มีความต่างของสถานะน้ำหนักที่ชัดพอให้คนดูจับตาแนวทางการวางเกมตั้งแต่ต้นยก พิกัด 112 เป็นช่วงที่ความเร็วและแรงปะทะพอเหมาะ การคุมระยะด้วยถีบ การเตะนำแบบสม่ำเสมอ และการเลือกจังหวะเข้าทำให้เข้าเป้าเต็ม จะทำให้ภาพของยกชัดขึ้นและช่วยให้กรรมการเห็นความเหนือกว่าได้ง่ายเมื่อเกมสูสี โดยเฉพาะยกกลางที่เกมมักเริ่มเข้มและการเร่งจังหวะจะเห็นชัดขึ้น

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
ตวงพลอย เกียรติฉัตรชัย 112 112.3 เกิน 0.3 เพชรอนุชิต ส.ชัยเจริญ 112 111.6 ขาด 0.4

จุดสังเกตของคู่นี้คือใครคุมพื้นที่กลางเวทีได้มากกว่าและใครทำแต้มได้ต่อเนื่องกว่า เพราะเมื่อสถานะต่างกัน เกมอาจแกว่งตามการคุมจังหวะและความนิ่งของทรงมวย หากฝ่ายใดคุมระยะได้ดี จะทำให้อีกฝ่ายเข้าทำยากและเสียจังหวะบ่อยขึ้น ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมคะแนนในแต่ละยก ขณะเดียวกันหากอีกฝ่ายแก้เกมด้วยการเข้าออกระยะเร็วและเลือกจังหวะสวนที่ชัด ก็มีโอกาสพลิกภาพยกได้ทันที โดยเฉพาะช่วงท้ายยกที่การปิดยกด้วยอาวุธที่ชัดและรักษาทรงได้ดีมักเป็นภาพที่ทำให้คะแนนเอนเอียงอย่างจับต้องได้จริง

คู่ที่ 7 นิเชาว์ นุ้ยสี่มุมเมือง vs นพเก้า บ้านตากเรดิโอ (พิกัด 136)

คู่ที่ 7 ของโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี อยู่พิกัด 136 โดยมุมแดง นิเชาว์ นุ้ยสี่มุมเมือง ชั่งได้ 137.3 เกิน 1.3 ขณะที่มุมน้ำเงิน นพเก้า บ้านตากเรดิโอ ชั่งได้ 136.4 เกิน 0.4 ทำให้เป็นไฟต์ที่ทั้งสองฝ่ายมีสถานะเกินเหมือนกัน แต่ตัวเลขต่างกันชัด ซึ่งเพิ่มมิติให้การรับชมว่าใครจะคุมจังหวะได้ก่อนและใครจะรักษาทรงในช่วงยกท้ายได้ดีกว่า พิกัด 136 เป็นช่วงที่ความชัดของอาวุธมักเห็นได้ง่าย การเตะลำตัว การออกหมัดเข้าเป้า และการคลุกวงในที่ทำงานชัด จะเป็นจังหวะที่ทำให้ยกดูมีน้ำหนักและคะแนนเอนเอียงได้เร็ว หากฝ่ายใดทำให้คู่ชกเสียจังหวะและเสียทรงบ่อยครั้ง

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
นิเชาว์ นุ้ยสี่มุมเมือง 136 137.3 เกิน 1.3 นพเก้า บ้านตากเรดิโอ 136 136.4 เกิน 0.4

การดูคู่นี้ให้สนุกควรดูการยืนระยะและการปิดท้ายยก เพราะในพิกัดนี้เมื่อเกมเข้าสู่ยกสามยกสี่ ความนิ่งและการรักษาทรงจะสำคัญมาก หากฝ่ายใดทำแต้มได้ก่อนแล้วคุมจังหวะให้อีกฝ่ายต้องเดินตาม จะทำให้ภาพรวมยกดูเหนือกว่าในสายตากรรมการ ขณะเดียวกันฝ่ายที่ตามมักต้องเร่งและเสี่ยงเปิดช่องมากขึ้น จึงมีโอกาสเกิดจังหวะสวนหรือจังหวะแลกที่เห็นภาพชัดได้เสมอ และเมื่อเกมสูสี การปิดท้ายยกด้วยอาวุธสำคัญให้เห็นภาพชัด รวมถึงการยืนทรงนิ่งหลังออกอาวุธ จะเป็นตัวตัดสินที่ทำให้คะแนนเอนเอียงอย่างจับต้องได้ในไฟต์นี้

คู่ที่ 8 เพชรบึงกาฬ ลูกเจ้าแม่ไทรทอง vs เจเจ เทพภาคิน (พิกัด 119)

คู่ที่ 8 ของโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี อยู่พิกัด 119 โดยมุมแดง เพชรบึงกาฬ ลูกเจ้าแม่ไทรทอง ชั่งได้ 118.9 ขาด 0.1 และมุมน้ำเงิน เจเจ เทพภาคิน ชั่งได้ 118.8 ขาด 0.2 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันมาก ทำให้ไฟต์นี้น่าดูในเชิงว่ารูปเกมจะวัดกันด้วยความเร็ว ความแม่น และการคุมจังหวะเป็นหลัก เพราะเมื่อสถานะขาดใกล้กัน ตัวแปรเรื่องน้ำหนักแทบไม่มี และเกมมักตัดสินกันที่ใครทำให้ภาพอาวุธ “ชัดกว่า” ใครคุมระยะได้ดีกว่า และใครปิดท้ายยกได้เด็ดขาดกว่า โดยพิกัด 119 มักมีจังหวะเข้าออกระยะถี่ จึงเหมาะกับการดูเชิงมวยและการชิงจังหวะต่อเนื่อง

มุมแดง🔴 พิกัด ชั่งได้ สถานะ มุมน้ำเงิน🔵 พิกัด ชั่งได้ สถานะ
เพชรบึงกาฬ ลูกเจ้าแม่ไทรทอง 119 118.9 ขาด 0.1 เจเจ เทพภาคิน 119 118.8 ขาด 0.2

จุดสังเกตของคู่นี้คือความสม่ำเสมอของอาวุธและการคุมพื้นที่กลางเวที เพราะเมื่อเกมสูสีและตัวเลขใกล้กันมาก คะแนนมักเอนเอียงจากรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ใครเตะนำเข้าเป้าเต็มบ่อยกว่า ใครถีบคุมระยะได้จนอีกฝ่ายเข้าทำไม่ถนัด หรือใครสวนกลับในจังหวะที่อีกฝ่ายพลาด หากฝ่ายใดชิงคะแนนนำได้ก่อน อีกฝ่ายจะต้องเร่งเกมและเปิดจังหวะมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดจังหวะแลกที่เห็นภาพชัดและเปลี่ยนความรู้สึกของยกได้ทันที โดยเฉพาะช่วงท้ายยกที่การปิดยกให้เห็นภาพชัดและรักษาทรงได้ดี มักเป็นตัวตัดสินที่ทำให้คะแนนเอนเอียงอย่างเป็นรูปธรรม

 

สำหรับคอวัวชนตัวจริง การติดตามชมการแข่งขันสดๆ
ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว เว็บดูวัวชนสด อันดับ 1 ที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด

วิธีอ่านผลชั่งน้ำหนัก และการดูรายการวันนี้ให้สนุกขึ้น

สำหรับโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันนี้คำว่า “ขาด” หมายถึงนักชกชั่งได้ต่ำกว่าพิกัดที่กำหนด เช่น ขาด 0.2 หรือขาด 1.2 ส่วนคำว่า “เกิน” หมายถึงชั่งได้สูงกว่าพิกัด เช่น เกิน 0.3 หรือเกิน 1.3 และคำว่า “ตามพิกัด” หมายถึงชั่งได้ตรงตามพิกัดพอดี การเข้าใจคำเหล่านี้ทำให้คุณอ่านตารางได้เร็วขึ้นและเห็นว่าคู่ไหนมีสถานะต่างกันมากน้อยเพียงใด แต่เมื่อเริ่มชกจริงควรให้ความสำคัญกับภาพบนเวทีเป็นหลัก เช่น ความชัดของอาวุธ การคุมระยะ และการรักษาทรง เพราะเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อคะแนนของแต่ละยกอย่างแท้จริง

หากอยากดูโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี ให้สนุกขึ้น แนะนำให้โฟกัสที่ “ความชัดของอาวุธ” “การคุมจังหวะ” และ “การปิดท้ายยก” เพราะเกมหลายคู่จะดูสูสีจากการแลกจังหวะถี่ แต่คะแนนมักเอนเอียงไปทางฝ่ายที่ทำให้ภาพยกชัดกว่า เช่น เตะลำตัวเข้าเต็ม ถีบคุมระยะจนคู่ชกเสียจังหวะ หรือออกอาวุธสำคัญช่วงท้ายยกแล้วรักษาทรงนิ่งไม่เสียหลัก ยิ่งในไฟต์ที่ผลชั่งต่างกันมาก การทำแต้มแบบต่อเนื่องและการคุมพื้นที่กลางเวทีจะยิ่งสำคัญ เพราะทำให้อีกฝ่ายต้องเดินตามและเสี่ยงเปิดช่อง ซึ่งอาจนำไปสู่จังหวะสวนที่เปลี่ยนเกมได้ทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี

โปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี แข่งที่ไหน?

โปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 จัดการแข่งขันที่เวทีมวยราชดำเนิน ซึ่งเป็นเวทีที่แฟนมวยคุ้นเคยและมีบรรยากาศการเชียร์ที่เข้มข้น การรู้สถานที่จัดช่วยให้คุณวางแผนการติดตามได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดเวลารับชมให้ทันคู่เปิดรายการหรือการตามดูต่อเนื่องจนจบ และเมื่อมีตารางพิกัดกับผลชั่งน้ำหนักครบทุกคู่ คุณจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลก่อนชกกับรูปเกมจริงบนเวทีได้ชัดเจนมากขึ้นตลอดทั้งรายการ

เริ่มกี่โมง และรายการวันนี้มีกี่คู่?

โปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี เริ่มชกเวลา 18.00 น. และวันนี้มีทั้งหมด 8 คู่ ซึ่งเป็นจำนวนคู่ที่ทำให้รายการเดินต่อเนื่องและมีความหลากหลายของพิกัดให้ติดตาม หากคุณอยากดูครบทุกคู่แนะนำให้เตรียมตัวก่อนเวลาเริ่มเล็กน้อย เพราะคู่ต้นรายการมักเดินเกมเร็วและชิงจังหวะกันตั้งแต่ยกแรก เมื่อดูต่อเนื่องจนถึงคู่ท้ายคุณจะเห็นภาพรวมว่าคู่ไหนคุมระยะได้ดี คู่ไหนทำอาวุธชัด และคู่ไหนปิดท้ายยกได้เด็ดขาดจนภาพคะแนนเอนเอียงอย่างเป็นรูปธรรม

ทำไมบางคู่พิกัดต่างกัน เช่น 108/109 แต่ยังถือว่าชั่งตามประกาศได้?

ในโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี บางไฟต์อาจระบุพิกัดต่างกันในคู่เดียว เช่น คู่ที่ 5 ที่มุมแดงอยู่พิกัด 108 และมุมน้ำเงินอยู่พิกัด 109 ซึ่งเป็นข้อมูลตามที่ประกาศไว้ เมื่อทั้งสองฝ่ายชั่งได้ตามพิกัดของตนเองจึงถือว่าผ่านตาชั่งตามเกณฑ์ที่กำหนด ความต่างพิกัดเล็กน้อยแบบนี้ทำให้คนดูยิ่งควรจับตารูปเกมว่าใครคุมระยะได้ก่อน ใครทำแต้มได้ชัดกว่า และใครปิดท้ายยกได้เด็ดขาดกว่า เพราะเมื่อไม่มีปัจจัยน้ำหนักหลุดพิกัดแบบผิดเงื่อนไข เกมจะวัดกันที่จังหวะและความชัดของอาวุธเป็นหลักมากขึ้น

คำว่า “ขาด” และ “เกิน” ในผลชั่งน้ำหนักหมายถึงอะไร?

คำว่า “ขาด” หมายถึงน้ำหนักที่ชั่งได้ต่ำกว่าพิกัด เช่น ขาด 0.1 หรือขาด 1.2 ส่วนคำว่า “เกิน” หมายถึงชั่งได้สูงกว่าพิกัด เช่น เกิน 0.5 หรือเกิน 1.3 และคำว่า “ตามพิกัด” คือชั่งได้ตรงตามพิกัดพอดี การเข้าใจคำเหล่านี้ช่วยให้คุณอ่านตารางได้เร็วและรู้ว่าคู่ไหนมีสถานะต่างกันมากน้อยเพียงใด แต่เมื่อชกจริงสิ่งที่ทำให้คะแนนเอนเอียงมักเป็นความชัดของอาวุธ การคุมพื้นที่ และการปิดท้ายยกที่เห็นภาพชัดมากกว่า จึงควรใช้ผลชั่งเป็นข้อมูลประกอบแล้วดูรูปเกมจริงบนเวทีควบคู่กันไป

สรุปภาพรวมก่อนเริ่มรายการ

โปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 แข่งขันที่เวทีมวยราชดำเนิน เริ่มชกเวลา 18.00 น. รวมทั้งหมด 8 คู่ พร้อมผลชั่งน้ำหนักครบ โดยคืนนี้มีทั้งคู่ที่ตัวเลขต่างกันชัด เช่น คู่ที่ 1 คู่ที่ 3 และคู่ที่ 7 รวมถึงคู่ที่ชั่งตามพิกัดทั้งสองฝ่ายอย่างคู่ที่ 4 และคู่ที่พิกัดต่างกันในไฟต์เดียวอย่างคู่ที่ 5 ทำให้รายการมีความหลากหลายและเหมาะกับการดูแบบมีรายละเอียด หากคุณอยากตามเชียร์ให้สนุก แนะนำให้เริ่มจากตารางรวมเพื่อรู้ชื่อและพิกัดทั้งรายการ แล้วเลื่อนลงไปดูรายละเอียดรายคู่พร้อมตารางประกอบ เพื่อให้การติดตามต่อเนื่องตั้งแต่คู่เปิดรายการไปจนถึงคู่ท้ายลื่นขึ้นและเห็นภาพรูปเกมชัดเจนตลอดทั้งคืน