โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 กลับมาพร้อมความสนุกช่วงเที่ยงที่แฟนมวยคุ้นเคย โดยจัดการแข่งขันที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อย เริ่มชกเวลา 12:15 น. เป็นช่วงเวลาที่รายการเดินต่อเนื่องแบบกระชับ ดูได้ยาวตั้งแต่คู่เปิดไปจนถึงคู่ท้ายโดยไม่สะดุด และเหมาะกับคนที่อยากดูมวยแบบมีรายละเอียดครบทั้งการคุมเชิง การคุมระยะ และการเร่งเกมในยกสำคัญ บทความนี้รวบรวมโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย ครบทุกคู่ แยกมุมแดงและมุมน้ำเงิน พร้อมพิกัดและผลชั่งน้ำหนักแบบอ่านง่าย เพื่อให้คุณเช็กข้อมูลก่อนเริ่มเชียร์ได้ทันทีและตามเกมได้ลื่นตลอดรายการ
ความน่าสนใจของโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันนี้คือภาพรวมผลชั่งน้ำหนักที่มีทั้งกรณีชั่งได้ตามพิกัด กรณีขาด และกรณีเกิน โดยมีถึงสองไฟต์ที่ทั้งสองฝ่ายชั่ง “เกินเท่ากัน” อย่างคู่ที่ 1 และคู่ที่ 3 ซึ่งทำให้ตัวแปรเรื่องน้ำหนักแทบไม่ต่าง และช่วยให้คนดูโฟกัสไปที่รูปเกมจริงได้เต็มที่ ขณะเดียวกันยังมีไฟต์ที่สถานะต่างกันชัดอย่างคู่ที่ 2 และไฟต์ที่ต่างกันเล็กน้อยอย่างคู่ที่ 4 ทำให้การดูสนุกขึ้นเพราะมีจุดสังเกตตั้งแต่ก่อนขึ้นเวที แต่เมื่อชกจริงสิ่งสำคัญยังอยู่ที่ความชัดของอาวุธ การคุมพื้นที่ และการปิดท้ายยกที่เห็นภาพ เพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้คะแนนเอนเอียงได้จริงในทุกไฟต์
สรุปข้อมูลรายการแบบรวดเร็ว
โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 แข่งขันที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อย เริ่มชกเวลา 12:15 น. วันนี้จัดทั้งหมด 4 คู่ โดยผลชั่งน้ำหนักมีความหลากหลาย ทั้งคู่ที่ชั่งเกินเท่ากันสองไฟต์ คู่ที่มุมหนึ่งชั่งตามพิกัดและอีกมุมชั่งเกินอย่างชัดเจน และคู่ที่มุมหนึ่งตามพิกัดแต่อีกมุมขาดเล็กน้อย ทำให้ภาพรวมเหมาะกับการดูแบบมีรายละเอียด เพราะคุณสามารถตั้งจุดสังเกตได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเชียร์ เช่น ใครคุมจังหวะได้ก่อน ใครคุมระยะด้วยถีบหรือเตะนำได้สม่ำเสมอ และใครปิดท้ายยกได้ชัดจนทำให้ภาพคะแนนของยกนั้นเอนเอียงอย่างจับต้องได้
| วันแข่งขัน | สถานที่ | เวลาเริ่มชก | จำนวนคู่ | ภาพรวมผลชั่ง |
|---|---|---|---|---|
| เสาร์ 3 มกราคม 2569 | เวทีมวยสยามอ้อมน้อย | 12:15 น. | 4 คู่ | มีเกิน/ขาด/ตามพิกัด และมีเกินเท่ากัน 2 คู่ |
ตารางรวมโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย (พิกัด + ผลชั่งน้ำหนักครบทุกคู่)
ตารางรวมด้านล่างเป็นสรุปโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย ครบทั้ง 4 คู่ แยกมุมแดงและมุมน้ำเงิน พร้อมพิกัด ผลชั่ง และสถานะน้ำหนักแบบชัดเจน เพื่อให้คุณสแกนดูได้รวดเร็วว่าไฟต์ไหนชั่งเกินเท่ากัน ไฟต์ไหนมุมหนึ่งชั่งตามพิกัด แต่อีกมุมชั่งเกิน หรือไฟต์ไหนมุมหนึ่งขาดเล็กน้อย การจัดข้อมูลเป็นตารางช่วยให้คุณเห็นภาพรวมทันทีและวางแผนการรับชมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่อยากดูทุกคู่ตั้งแต่ 12:15 น. จนจบรายการ เพราะจะรู้ล่วงหน้าว่าคู่ไหนน่าจับตาเรื่องการคุมระยะ คู่ไหนน่าดูเรื่องการเร่งเกมช่วงยกกลาง และคู่ไหนน่าลุ้นการปิดท้ายยกให้เห็นภาพคะแนนชัด ๆ
| คู่ | มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | จ้าวซัน กรุงเทคโน | 121 | 121.4 | เกิน 0.4 | ยอดไฟท์เตอร์ ไรซิ่งมวยไทย | 121 | 121.4 | เกิน 0.4 |
| 2 | เทพาธิป กัปตันเคนบ็อกซิ่งยิม | 127 | ตามพิกัด | ตามพิกัด | กล้าทำ ส.สมหมาย | 127 | 128 | เกิน 1.0 |
| 3 | ตี๋ใหญ่ ทีเด็ด 99 | 120 | 120.6 | เกิน 0.6 | ซันเดย์ บูมเด็กเซียน | 120 | 120.6 | เกิน 0.6 |
| 4 | เพชรร้อยป่า ผู้ใหญ่พรชัยท่าศาลา | 126 | ตามพิกัด | ตามพิกัด | ยอดพิชิต เกียรติกำธร | 126 | 125.8 | ขาด 0.2 |
ไฮไลต์จากผลชั่งน้ำหนักวันนี้ (คู่ไหนน่าจับตา)
เมื่อดูโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันนี้ในภาพรวมจะเห็นว่าไฟต์ที่ 1 และไฟต์ที่ 3 มีลักษณะคล้ายกันคือทั้งสองฝ่ายชั่งเกินเท่ากัน ทำให้ตัวแปรเรื่องน้ำหนักไม่ค่อยมีผลและคนดูสามารถโฟกัสไปที่รูปเกมล้วน ๆ ได้มากขึ้น เช่น ใครคุมระยะได้ก่อน ใครออกอาวุธนำให้เข้าเป้าเต็มและรักษาทรงได้ดี และใครปิดท้ายยกได้ชัดจนสร้างภาพคะแนนให้กรรมการเห็นความเหนือกว่าได้ง่าย ขณะเดียวกันคู่ที่ 2 น่าสนใจเพราะมุมแดงชั่งตามพิกัด แต่ฝั่งน้ำเงินชั่งเกินถึง 1.0 ซึ่งเป็นความต่างเชิงตัวเลขที่ชัด ทำให้คนดูอยากจับตาการวางเกมช่วงต้นยกว่าจะออกมาในแบบคุมเชิงหรือเร่งจังหวะตั้งแต่เริ่ม
อีกคู่ที่ควรจับตาจากโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย คือคู่ที่ 4 เพราะมุมแดงชั่งตามพิกัด แต่ฝั่งน้ำเงินขาด 0.2 แม้จะเป็นตัวเลขไม่มากแต่ก็ทำให้คนดูมีมุมสังเกตเพิ่มว่าการเข้าออกระยะและการรักษาความนิ่งท้ายยกจะเป็นอย่างไร ในหลายครั้งเกมที่ดูสูสีจะถูกแยกคะแนนด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ความชัดของอาวุธสำคัญในช่วงท้ายยก การยืนทรงไม่เสียหลักหลังออกอาวุธ และการคุมพื้นที่กลางเวทีไม่ให้เสียจังหวะง่าย ๆ ดังนั้นการรู้ผลชั่งล่วงหน้าจะช่วยให้คุณมีจุดโฟกัสระหว่างดูถ่ายทอดสดและอ่านรูปเกมได้สนุกขึ้นตลอดทั้งรายการตั้งแต่ 12:15 น. เป็นต้นไป
รายละเอียดโปรแกรมรายคู่ (ทุกคู่มีตารางประกอบ)
ต่อไปเป็นรายละเอียดโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย แบบแยกทีละคู่เพื่อให้เห็นข้อมูลชัดขึ้น โดยทุกไฟต์จะมีตารางเฉพาะคู่ที่สรุปชื่อมุมแดงและมุมน้ำเงิน พิกัด ผลชั่ง และสถานะน้ำหนักครบถ้วน พร้อมจุดสังเกตการรับชมที่ช่วยให้ดูสนุกขึ้น เช่น การคุมระยะด้วยถีบหรือเตะนำ การชิงพื้นที่กลางเวที การเลือกจังหวะเข้าทำให้เข้าเป้า และการปิดท้ายยกที่ต้องทำให้ภาพชัดพอจะตัดสินความรู้สึกของยก เมื่อคุณอ่านครบทั้ง 4 คู่จะได้ภาพรวมรายการแบบต่อเนื่องและพร้อมเชียร์ตั้งแต่คู่เปิดไปจนถึงคู่ท้าย โดยไม่ต้องย้อนกลับไปเช็กข้อมูลระหว่างดูให้เสียจังหวะ
คู่ที่ 1 จ้าวซัน กรุงเทคโน vs ยอดไฟท์เตอร์ ไรซิ่งมวยไทย (พิกัด 121)
คู่ที่ 1 ของโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย อยู่พิกัด 121 โดยมุมแดง จ้าวซัน กรุงเทคโน ชั่งได้ 121.4 เกิน 0.4 และมุมน้ำเงิน ยอดไฟท์เตอร์ ไรซิ่งมวยไทย ชั่งได้ 121.4 เกิน 0.4 เช่นกัน ทำให้ไฟต์เปิดรายการนี้มีความน่าสนใจตรงที่ทั้งสองฝ่ายมีสถานะน้ำหนักเท่ากัน ตัวแปรเรื่องน้ำหนักจึงแทบไม่ต่าง และเกมมีแนวโน้มตัดสินกันที่ความชัดของอาวุธและการคุมจังหวะมากกว่า พิกัด 121 เป็นช่วงที่ความเร็วกับแรงปะทะกำลังพอดี จึงเหมาะกับการดูรายละเอียดอย่างการเตะนำให้เสียจังหวะ การถีบคุมระยะ และการออกอาวุธเป็นชุดสั้น ๆ ที่ชัดและเข้าเป้าแบบเห็นภาพ
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| จ้าวซัน กรุงเทคโน | 121 | 121.4 | เกิน 0.4 | ยอดไฟท์เตอร์ ไรซิ่งมวยไทย | 121 | 121.4 | เกิน 0.4 |
แนวทางดูคู่นี้ให้สนุกคือสังเกตว่าใครคุมพื้นที่กลางเวทีได้ก่อนและใครปิดท้ายยกได้ชัดกว่า เพราะในไฟต์ที่ผลชั่งเท่ากัน เกมมักสูสีและต่างฝ่ายต่างต้องสร้าง “ภาพคะแนน” ด้วยอาวุธที่เข้าเป้าเต็มและการยืนทรงที่นิ่ง หากฝ่ายใดชิงคะแนนนำได้ก่อน อีกฝ่ายจะต้องเร่งเกมให้ถี่ขึ้นและเสี่ยงเปิดช่องมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดจังหวะสวนที่เปลี่ยนความรู้สึกของยกได้ทันที โดยเฉพาะช่วงยกสองยกสามที่เกมเริ่มชัดขึ้น การทำให้จังหวะสำคัญชัดและต่อเนื่อง รวมถึงการรักษาทรงไม่ให้เสียหลักหลังออกอาวุธ จะเป็นหัวใจของไฟต์เปิดรายการนี้อย่างแท้จริง
คู่ที่ 2 เทพาธิป กัปตันเคนบ็อกซิ่งยิม vs กล้าทำ ส.สมหมาย (พิกัด 127)
คู่ที่ 2 ของโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย อยู่พิกัด 127 โดยมุมแดง เทพาธิป กัปตันเคนบ็อกซิ่งยิม ชั่งได้ตามพิกัด ขณะที่มุมน้ำเงิน กล้าทำ ส.สมหมาย ชั่งได้ 128 เกิน 1.0 ทำให้คู่นี้มีความต่างของสถานะน้ำหนักที่เด่นชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มชก และเพิ่มมุมสังเกตว่ารูปเกมจะออกมาในทิศทางใด พิกัด 127 เป็นช่วงที่เกมเริ่มเห็นทั้งความเร็วและแรงปะทะมากขึ้น การคุมระยะด้วยถีบ การเตะนำที่สม่ำเสมอ และการเลือกจังหวะเข้าทำที่เหมาะสม จะช่วยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนกำหนดจังหวะของเกมได้ก่อน และเมื่อคุมจังหวะได้แล้ว ภาพรวมคะแนนในแต่ละยกก็จะเริ่มเอนเอียงอย่างเห็นได้ชัด
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เทพาธิป กัปตันเคนบ็อกซิ่งยิม | 127 | ตามพิกัด | ตามพิกัด | กล้าทำ ส.สมหมาย | 127 | 128 | เกิน 1.0 |
จุดสังเกตของคู่นี้คือการคุมจังหวะช่วงต้นและการปิดท้ายยก เพราะเมื่อสถานะต่างกันชัด เกมอาจสะท้อนออกมาในความต่อเนื่องของอาวุธและการยืนทรง หากฝ่ายใดทำแต้มได้ก่อนแล้วคุมจังหวะให้อีกฝ่ายต้องเดินตาม จะทำให้ภาพรวมยกดูเหนือกว่าในสายตากรรมการ ขณะเดียวกันฝ่ายที่ตามคะแนนมักต้องเร่งเกมและเสี่ยงเปิดช่องมากขึ้น จึงมีโอกาสเกิดจังหวะสวนแบบเห็นภาพชัดได้เสมอ และเมื่อเกมสูสี การรักษาทรงหลังออกอาวุธไม่ให้เสียหลัก รวมถึงการปิดท้ายยกด้วยอาวุธสำคัญที่ชัดและเข้าเป้าเต็ม จะเป็นตัวตัดสินความรู้สึกของยกได้แบบจับต้องได้ทันที
คู่ที่ 3 ตี๋ใหญ่ ทีเด็ด 99 vs ซันเดย์ บูมเด็กเซียน (พิกัด 120)
คู่ที่ 3 ของโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย อยู่พิกัด 120 โดยมุมแดง ตี๋ใหญ่ ทีเด็ด 99 ชั่งได้ 120.6 เกิน 0.6 และมุมน้ำเงิน ซันเดย์ บูมเด็กเซียน ชั่งได้ 120.6 เกิน 0.6 เช่นกัน ทำให้ไฟต์นี้เป็นอีกคู่ที่ผลชั่งเท่ากันและเหมาะกับการดูเชิงมวยแบบละเอียดว่าใครคุมระยะและคุมจังหวะได้ดีกว่า พิกัด 120 มักเป็นเกมที่เดินเร็ว ชิงจังหวะถี่ และมีการเข้าออกระยะต่อเนื่อง ทำให้คนดูสนุกตั้งแต่ต้นยก โดยรายละเอียดสำคัญคือใครเตะนำเข้าเป้าได้บ่อยกว่า ใครถีบคุมระยะให้คู่ชกเสียจังหวะ และใครออกอาวุธเป็นชุดสั้น ๆ แต่ชัดจนทำให้ยกดูเหนือกว่าในสายตากรรมการ
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ตี๋ใหญ่ ทีเด็ด 99 | 120 | 120.6 | เกิน 0.6 | ซันเดย์ บูมเด็กเซียน | 120 | 120.6 | เกิน 0.6 |
แนวทางดูคู่นี้ให้สนุกคือสังเกตความสม่ำเสมอของอาวุธในยกสองและยกสาม รวมถึงการปิดท้ายยกที่ต้องทำให้ชัด เพราะพิกัด 120 มักมีการแลกจังหวะถี่จนเกมดูสูสี หากฝ่ายใดทำแต้มได้ก่อนแล้วคุมจังหวะให้อีกฝ่ายต้องเดินตาม จะทำให้ภาพรวมยกดูเหนือกว่าในสายตากรรมการ ขณะเดียวกันฝ่ายที่ตามคะแนนมักต้องเร่งและเปิดจังหวะมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดจังหวะสวนแบบเห็นภาพชัดได้เสมอ และเมื่อเกมสูสีมาก การรักษาทรงหลังออกอาวุธไม่ให้เสียหลักจะยิ่งสำคัญ เพราะเป็นภาพที่ทำให้กรรมการมองเห็นความเหนือกว่าได้ง่ายและทำให้คะแนนเอนเอียงแบบเป็นรูปธรรม
คู่ที่ 4 เพชรร้อยป่า ผู้ใหญ่พรชัยท่าศาลา vs ยอดพิชิต เกียรติกำธร (พิกัด 126)
คู่ที่ 4 ของโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย อยู่พิกัด 126 โดยมุมแดง เพชรร้อยป่า ผู้ใหญ่พรชัยท่าศาลา ชั่งได้ตามพิกัด ขณะที่มุมน้ำเงิน ยอดพิชิต เกียรติกำธร ชั่งได้ 125.8 ขาด 0.2 ทำให้ไฟต์นี้มีจุดสังเกตว่าการคุมระยะและการรักษาความนิ่งท้ายยกจะออกมาในรูปแบบใด พิกัด 126 เป็นช่วงที่ความเร็วและแรงปะทะลงตัว ทำให้เกมมักตัดสินกันที่ใครคุมพื้นที่กลางเวทีได้มากกว่า ใครทำอาวุธนำให้เข้าเป้าเต็ม และใครรักษาทรงหลังออกอาวุธได้ดีจนภาพยก “ชัด” ในสายตากรรมการ หากเกมสูสี การปิดท้ายยกจะยิ่งสำคัญ เพราะเป็นจังหวะที่คนดูและกรรมการจดจำภาพได้ง่ายที่สุด
| มุมแดง🔴 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ | มุมน้ำเงิน🔵 | พิกัด | ชั่งได้ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เพชรร้อยป่า ผู้ใหญ่พรชัยท่าศาลา | 126 | ตามพิกัด | ตามพิกัด | ยอดพิชิต เกียรติกำธร | 126 | 125.8 | ขาด 0.2 |
จุดสังเกตของคู่นี้คือใครคุมพื้นที่กลางเวทีได้มากกว่าและใครทำแต้มได้ต่อเนื่องกว่า เพราะเมื่อสถานะต่างกันเล็กน้อย เกมอาจแกว่งตามการคุมจังหวะและความนิ่งของทรงมวย หากฝ่ายใดคุมระยะได้ดีด้วยถีบและเตะนำ จะทำให้อีกฝ่ายเข้าทำยากและเสียจังหวะบ่อยขึ้น ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมคะแนนในแต่ละยก ขณะเดียวกันหากอีกฝ่ายแก้เกมด้วยการเข้าออกระยะเร็วและเลือกจังหวะสวนที่ชัด ก็มีโอกาสพลิกภาพของยกได้ทันที โดยเฉพาะช่วงท้ายยกที่การออกอาวุธสำคัญให้เห็นภาพชัดและการยืนทรงนิ่งหลังออกอาวุธ มักเป็นตัวปิดยกที่ทำให้คะแนนเอนเอียงอย่างจับต้องได้ และทำให้ไฟต์ท้ายรายการลุ้นได้จนจบ
สำหรับคอวัวชนตัวจริง การติดตามชมการแข่งขันสดๆ
ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว เว็บดูวัวชนสด อันดับ 1 ที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด
วิธีอ่านผลชั่งน้ำหนัก และการดูรายการวันนี้ให้สนุกขึ้น
สำหรับโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันนี้คำว่า “ขาด” หมายถึงชั่งได้ต่ำกว่าพิกัดที่กำหนด เช่น ขาด 0.2 คือชั่งต่ำกว่าพิกัด 0.2 ส่วนคำว่า “เกิน” หมายถึงชั่งได้สูงกว่าพิกัด เช่น เกิน 1.0 หรือเกิน 0.6 และคำว่า “ตามพิกัด” หมายถึงชั่งได้ตรงตามพิกัดพอดี การเข้าใจคำเหล่านี้ช่วยให้คุณอ่านตารางได้เร็วขึ้นและรู้ว่าคู่ไหนมีสถานะต่างกันมากน้อยเพียงใด แต่เมื่อเริ่มชกจริงควรให้ความสำคัญกับภาพบนเวทีเป็นหลัก เช่น ความชัดของอาวุธ การคุมระยะ และการรักษาทรง เพราะเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อคะแนนของแต่ละยกอย่างแท้จริงและทำให้คุณอ่านเกมได้สนุกขึ้นโดยไม่ต้องยึดติดกับตัวเลขเพียงอย่างเดียว
หากอยากดูรายการนี้ให้สนุกขึ้น แนะนำให้โฟกัสที่ “ความชัดของอาวุธ” “การคุมจังหวะ” และ “การปิดท้ายยก” เพราะในหลายไฟต์เกมจะดูสูสีจากการแลกจังหวะถี่ แต่คะแนนมักเอนเอียงไปทางฝ่ายที่ทำให้ภาพยกชัดกว่า เช่น เตะลำตัวเข้าเต็ม ถีบคุมระยะจนคู่ชกเสียจังหวะ หรือออกอาวุธสำคัญช่วงท้ายยกแล้วรักษาทรงนิ่งไม่เสียหลัก ยิ่งในคู่ที่ผลชั่งเท่ากันอย่างคู่ที่ 1 และคู่ที่ 3 การดูรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการคุมพื้นที่กลางเวทีและการปิดท้ายยกจะช่วยให้คุณแยกความรู้สึกของคะแนนได้ชัดขึ้น และทำให้การรับชมต่อเนื่องตั้งแต่ 12:15 น. สนุกยิ่งกว่าเดิม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย
ศึกจ้าวมวยไทย แข่งที่ไหน?
โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 จัดการแข่งขันที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อย ซึ่งเป็นเวทีที่แฟนมวยคุ้นเคยและติดตามรายการช่วงเที่ยงกันอย่างต่อเนื่อง การรู้สถานที่จัดช่วยให้คุณวางแผนการรับชมได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดเวลาเปิดรับชมให้ทันคู่เปิดรายการหรือการตามดูต่อเนื่องจนถึงคู่ท้าย และเมื่อมีตารางพิกัดกับผลชั่งน้ำหนักครบทุกคู่ คุณจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลก่อนชกกับรูปเกมจริงบนเวทีได้ชัดเจนยิ่งขึ้นตลอดทั้งรายการ
เริ่มกี่โมง และวันนี้มีกี่คู่?
โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย เริ่มชกเวลา 12:15 น. และวันนี้มีทั้งหมด 4 คู่ ซึ่งเป็นจำนวนคู่ที่ทำให้รายการเดินต่อเนื่องแบบกระชับและเหมาะกับการดูตั้งแต่ต้นจนจบ หากคุณอยากดูครบทุกคู่
แนะนำให้เตรียมตัวก่อนเวลาเริ่มเล็กน้อย เพราะคู่ต้นรายการมักเดินเกมเร็วและชิงจังหวะกันตั้งแต่ยกแรก เมื่อดูต่อเนื่องจนถึงคู่ท้ายคุณจะเห็นภาพรวมว่าคู่ไหนคุมระยะได้ดี คู่ไหนทำอาวุธชัด
และคู่ไหนปิดท้ายยกได้เด็ดขาดจนภาพคะแนนเอนเอียงอย่างเป็นรูปธรรม
คำว่า “ขาด” และ “เกิน” ในผลชั่งน้ำหนักหมายถึงอะไร?
คำว่า “ขาด” หมายถึงน้ำหนักที่ชั่งได้ต่ำกว่าพิกัด เช่น ขาด 0.2 ส่วนคำว่า “เกิน” หมายถึงชั่งได้สูงกว่าพิกัด เช่น เกิน 0.4 เกิน 0.6 หรือเกิน 1.0 และคำว่า “ตามพิกัด” หมายถึงชั่งได้ตรงพิกัดพอดี
การเข้าใจคำเหล่านี้ช่วยให้คุณอ่านตารางได้เร็วและรู้ว่าคู่ไหนมีสถานะต่างกันมากน้อยเพียงใด แต่เมื่อชกจริงสิ่งที่ทำให้คะแนนเอนเอียงมักเป็นความชัดของอาวุธ การคุมพื้นที่ และการปิดท้ายยกที่เห็นภาพชัดมากกว่า จึงควรใช้ผลชั่งเป็นข้อมูลประกอบแล้วดูรูปเกมจริงบนเวทีควบคู่กันไปเพื่อให้สนุกและเข้าใจมากขึ้น
สรุปภาพรวมก่อนเริ่มรายการ
โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 แข่งขันที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อย เริ่มชกเวลา 12:15 น. รวมทั้งหมด 4 คู่ พร้อมผลชั่งน้ำหนักครบ โดยวันนี้มีสองไฟต์ที่ทั้งสองฝ่ายชั่งเกินเท่ากัน
อย่างคู่ที่ 1 และคู่ที่ 3 ทำให้เหมาะกับการดูเชิงมวยและวัดกันที่ความชัดของอาวุธ ส่วนคู่ที่ 2 เป็นไฟต์ที่สถานะต่างกันชัดระหว่างตามพิกัดกับเกิน 1.0 และคู่ที่ 4 เป็นไฟต์ที่ต่างกันเล็กน้อยระหว่างตามพิกัด
กับขาด 0.2 ซึ่งเพิ่มมุมสังเกตเรื่องการคุมจังหวะและการปิดท้ายยก หากคุณอยากตามเชียร์ให้สนุก แนะนำให้เริ่มจากตารางรวมเพื่อรู้ชื่อและพิกัดทั้งรายการ แล้วเลื่อนลงไปดูรายละเอียดรายคู่พร้อมตารางประกอบ จะช่วยให้การติดตามต่อเนื่องตั้งแต่คู่เปิดรายการไปจนถึงคู่ท้ายลื่นขึ้นและเห็นภาพรูปเกมชัดเจนตลอดทั้งรายการ

