ศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินี 139 ถือเป็นอีกหนึ่งรายการมวยคุณภาพสูงที่แฟนมวยไม่ควรพลาด ด้วยการรวบรวมนักชกระดับแถวหน้าทั้งชาวไทยและต่างชาติมาปะทะกันบนเวทีลุมพินี อันเป็นสังเวียนประวัติศาสตร์ของวงการมวยไทย รายการนี้จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 โดยเริ่มการแข่งขันตั้งแต่เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากชื่อชั้นของนักมวยแล้ว ผลการชั่งน้ำหนักก่อนการแข่งขันยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้วิเคราะห์ความได้เปรียบเสียเปรียบของแต่ละคู่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
การชั่งน้ำหนักในศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินี 139 สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของนักมวยแต่ละคนอย่างชัดเจน บางคู่ชั่งได้ตามพิกัดเป๊ะ แสดงถึงการฟิตซ้อมและการคุมน้ำหนักที่เป็นมืออาชีพ ขณะที่บางคู่มีนักมวยชั่งเกินหรือขาดพิกัด ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพร่างกาย ความอึด และแผนการชกบนเวทีจริง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกคู่มวย พร้อมวิเคราะห์ภาพรวมเชิงเทคนิคเพื่อให้แฟนมวยใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามการแข่งขัน
รายละเอียดการแข่งขัน ศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินี 139
ศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินี 139 จัดขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันมวยระดับสากลในประเทศไทย รายการนี้มีคู่มวยทั้งหมด 14 คู่ ครอบคลุมพิกัดน้ำหนักตั้งแต่ 115 ถึง 145 ปอนด์ รูปแบบการแข่งขันเน้นความเข้มข้น รวดเร็ว และเปิดโอกาสให้นักมวยต่างชาติได้แสดงศักยภาพบนเวทีเดียวกับนักชกไทย ทำให้ภาพรวมของรายการมีความหลากหลายและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง
ตารางสรุปผลการชั่งน้ำหนัก ศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินี 139
| คู่ | มุมแดง | พิกัด | ชั่งได้ | มุมน้ำเงิน | พิกัด | ชั่งได้ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | กาเบรียลเล ลีโอเน็ตติ | 125.0 | 125.0 | ทวน เหงียน ทันฮ์ | 125.0 | 124.2 |
| 2 | กาเบรียล เปเรรา | 145.0 | 148.2 | ฮิโรกิ ซูซูกิ | 145.0 | 144.2 |
| 3 | จ้าว เจิงตง | 125.0 | 124.0 | เคสุเกะ มงกุชิ | 125.0 | 124.8 |
| 4 | อลาสแตร์ โวลเดอร์ส | 145.0 | 143.8 | บาโตเชียร์ แบตไซค์ฮาน | 145.0 | 145.0 |
| 5 | จอว์ สวาร์ วิน | 138.0 | 137.2 | มูกะ เซโตะ | 138.0 | 138.0 |
| 6 | ขุนพลน้อย ส.สมหมาย | 135.0 | 134.8 | รุสตัม ยูนูซอฟ | 135.0 | 135.0 |
| 7 | ขุนศึก ม.กรุงเทพธนบุรี | 115.0 | 115.0 | เนย์ ไยน์ | 115.0 | 113.8 |
| 8 | ดัง ศ.นิยมทรัพย์ | 140.0 | 139.8 | ขจรไกล สส.ต้อยแปดริ้ว | 140.0 | 139.2 |
| 9 | จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย | 119.0 | 119.0 | เด่น ศิษย์นายกทวีปตะพง | 119.0 | 119.0 |
| 10 | ยอดอุดร BS.มวยไทย | 115.0 | 114.6 | สไล ทาน คี เชน | 115.0 | 114.2 |
| 11 | แมมมอส ส.สละชีพ | 138.0 | 137.6 | ซุปเปอร์เจ๋ง ทีเด็ด99 | 138.0 | 137.2 |
| 12 | อเล็กซ์ สิงห์มาวิน | 119.0 | 118.0 | เพชรสังวาลย์ ส.สมานการ์เม้นท์ | 119.0 | 119.0 |
| 13 | วรพล ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม | 142.0 | 141.6 | ซอ ลิน อู | 142.0 | 140.8 |
| 14 | ปอล ปาสกวล | 128.0 | 127.4 | ดาเลร์ อัสโรรอฟ | 128.0 | 128.0 |
วิเคราะห์ภาพรวมและจุดน่าสนใจของแต่ละคู่
เมื่อพิจารณาจากผลการชั่งน้ำหนักในศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินี 139 จะเห็นได้ว่าหลายคู่มีความสูสีตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะคู่ที่ชั่งได้ใกล้เคียงหรือเท่ากันพอดี ซึ่งมักจะวัดกันที่ฝีมือ ประสบการณ์ และแผนการชกบนเวทีจริง อย่างไรก็ตาม คู่ที่มีนักมวยชั่งเกินพิกัด เช่น คู่ที่ 2 อาจต้องจับตามองเป็นพิเศษ เพราะการลดน้ำหนักไม่ทันหรือชั่งเกินอาจส่งผลต่อความคล่องตัวและความอึดในยกหลัง ๆ ได้อย่างชัดเจน
ในด้านนักมวยไทย หลายคนในรายการนี้มีประสบการณ์บนเวทีลุมพินีมาแล้ว ทำให้ได้เปรียบด้านบรรยากาศและการอ่านเกม ขณะที่นักมวยต่างชาติก็มีจุดเด่นเรื่องพละกำลังและรูปแบบการชกที่แตกต่าง ซึ่งการปะทะกันของสองสไตล์นี้ถือเป็นเสน่ห์สำคัญของศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินี 139 และเป็นเหตุผลที่ทำให้แฟนมวยทั่วประเทศให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง
โดยสรุปแล้ว ศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินี 139 เป็นรายการที่ครบเครื่องทั้งในแง่คุณภาพคู่มวย ความหลากหลายของนักชก และความเข้มข้นของการแข่งขัน ผลการชั่งน้ำหนักช่วยให้เห็นภาพความพร้อมเบื้องต้น แต่คำตอบสุดท้ายยังต้องวัดกันบนเวทีจริง แฟนมวยสามารถใช้บทวิเคราะห์นี้เป็นข้อมูลประกอบการรับชม เพื่อเพิ่มอรรถรสและความเข้าใจในเกมการชกของแต่ละคู่ได้อย่างเต็มที่
FAQ คำถามที่พบบ่อย (ศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินี 139)
Q1: ศึกวันแชมเปียนชิพลุมพินี 139 แข่งวันไหน เริ่มกี่โมง?
A: แข่งขันวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 เริ่มถ่ายทอด/เปิดรายการตั้งแต่เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป (ตามรายละเอียดในบทความ)
Q2: จัดที่ไหน?
A: จัดที่ สนามมวยเวทีลุมพินี
Q3: มีทั้งหมดกี่คู่ และพิกัดน้ำหนักช่วงไหน?
A: มีทั้งหมด 14 คู่ ครอบคลุมพิกัดประมาณ 115–145 ปอนด์ (ตามตารางชั่งน้ำหนัก)
Q4: ทำไม “ผลชั่งน้ำหนัก” ถึงสำคัญกับการวิเคราะห์?
A: เพราะสะท้อน “ความพร้อมก่อนชก” เช่น การคุมน้ำหนัก การฟื้นตัว ความอึด และความสดของร่างกาย บางคนชั่ง “พอดีเป๊ะ” มักดูฟิตและวางแผนมาเป๊ะ ขณะที่คนที่ “ขาด/เกิน” อาจมีผลกับแรงปลายและความคล่องตัว
Q5: ถ้านักมวยชั่ง “เกินพิกัด” จะเกิดอะไรขึ้น?
A: โดยทั่วไปจะมีมาตรการตามกติกาของรายการ/โปรโมชัน เช่น อาจต้องเจรจาเงื่อนไขชกต่อ, มีค่าปรับ, หรือเสียเปรียบบางอย่าง (รายละเอียดจริงขึ้นกับกติกาคู่นั้น ๆ)
จากตารางนี้ “คู่ 2” แดงชั่งเกิน (148.2 ในพิกัด 145) จึงเป็นคู่ที่คนดูจับตาเรื่องสภาพร่างกายและความอึดเป็นพิเศษ
Q6: ชั่ง “ขาด” (ต่ำกว่าพิกัด) ได้เปรียบไหม?
A: ไม่เสมอไป บางคนขาดเล็กน้อยอาจคล่องขึ้น แต่ถ้าขาดมากอาจบ่งบอกว่าฟอร์มร่างกายยังไม่เต็ม หรือมีผลกับแรงปะทะ ทั้งหมดต้องดูตอนขึ้นเวทีจริงและรูปเกม
Q7: คู่ไหนชั่งสูสี/น่าลุ้นจากตัวเลขมาก ๆ?
A: คู่ที่ชั่งใกล้เคียงหรือเท่ากันพอดีมัก “วัดกันที่ฝีมือและแผน” เช่น
-
คู่ 9 ชั่งเท่ากัน 119.0–119.0
-
คู่ 14 น้ำเงินชั่งพอดี 128.0 vs แดง 127.4
(และอีกหลายคู่ที่ต่างกันไม่ถึง 1 ปอนด์)
Q8: ดูจากตารางอย่างเดียว “ฟันธงผู้ชนะ” ได้ไหม?
A: ยังไม่ได้ 100% เพราะชั่งน้ำหนักเป็นแค่ “ข้อมูลก่อนชก” เกมจริงยังมีปัจจัยอย่างสไตล์มวย จังหวะ อาวุธ ความเร็ว การแก้เกม และสภาพจิตใจวันชก
Q9: นักมวยไทย vs ต่างชาติ มักต่างกันตรงไหน?
A: โดยภาพรวม (ไม่ใช่ทุกคน) นักมวยไทยมักเด่นเรื่องจังหวะ การออกอาวุธต่อเนื่อง การอ่านเกมเวที ส่วนต่างชาติมักเด่นเรื่องพละกำลัง รูปแบบเข้าทำที่หลากหลาย การปะทะแลก—จุดนี้ทำให้คู่ผสมสัญชาติสนุกและเดายาก
Q10: ถ้าอยากดูให้สนุกขึ้น ควรสังเกตอะไรระหว่างชก?
A: ลองดู 4 อย่างนี้
-
ใครคุมระยะได้ก่อน (ถีบ/เตะคุมเกม)
-
ใครชิงจังหวะได้บ่อย (เข้า-ออกไว ไม่โดนสวน)
-
ยกท้าย ๆ ใครแรงตกหรือยังเดินได้เหมือนเดิม
-
การแก้ทาง: แพ้ทางอาวุธไหน แล้วปรับแผนทันไหม
Q11: คู่ที่ชั่งต่างกันเยอะ ควรตีความยังไง?
A: ถ้าต่างกันมาก อาจเห็น “ความได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องพละกำลัง/ความสด” แต่ต้องเทียบกับสไตล์ด้วย เช่น คนตัวใหญ่กว่าแต่ช้ากว่า อาจโดนเกมฝีมือเล่นงานได้
Q12: ผลชั่งน้ำหนักบอกได้ไหมว่าใครจะ “อึดกว่า”?
A: บอกได้แค่ “แนวโน้ม” เช่น ชั่งเกิน/ลดไม่ทันอาจส่งผลให้ยกหลัง ๆ แผ่ว แต่บางคนร่างกายดีมากก็เอาอยู่ ดังนั้นให้ดูตอนเดินขึ้นเวที: สีหน้า การหายใจ ความตึงตัวกล้ามเนื้อ จะช่วยยืนยันมากกว่า

